ต้องบอกเลยค่ะว่าการปลูกต้นไม้กลายเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนว่าจะไม่มีแผ่วลงเลยแม้แต่น้อย อย่างก่อนหน้านี้ต้นไม้ที่รับความนิยมเป็นอย่างมากนั่นก็คือต้นไม้ฟอกอากาศ, ต้นไม้มงคลหรือตะบองเพชรนั่นเองค่ะ แต่ตอนนี้ที่กลายเป็นกระแสฮือฮาเป็นอย่างมากก็คงหนีไม่พ้นพวกไม้ด่างนั่นเองละค่ะ ไม่ว่าจะมอนสเตอร่าด่าง, ยางอินเดียด่าง, บอนด่าง รวมถึงกล้วยด่างที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้ก็อยู่ในกระแสไม้ด่างที่เป็นที่นิยมและมีราคาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ต้องบอกเลยค่ะว่าการปลูกต้นไม้กลายเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนว่าจะไม่มีแผ่วลงเลยแม้แต่น้อย อย่างก่อนหน้านี้ต้นไม้ที่รับความนิยมเป็นอย่างมากนั่นก็คือต้นไม้ฟอกอากาศ, ต้นไม้มงคลหรือตะบองเพชรนั่นเองค่ะ แต่ตอนนี้ที่กลายเป็นกระแสฮือฮาเป็นอย่างมากก็คงหนีไม่พ้นพวกไม้ด่างนั่นเองละค่ะ ไม่ว่าจะมอนสเตอร่าด่าง, ยางอินเดียด่าง, บอนด่าง รวมถึงกล้วยด่างที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้ก็อยู่ในกระแสไม้ด่างที่เป็นที่นิยมและมีราคาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

กล้วยด่าง เป็นไม้ด่างที่นิยมและมีราคาที่ค่อนข้างสูง
กล้วยด่าง เป็นไม้ด่างที่นิยมและมีราคาที่ค่อนข้างสูง

โดยว่ากันว่าราคาในการซื้อขายกล้วยด่างนั้นสูงถึงหกถึงเจ็ดหลักเลยค่ะ ทั้งนี้ราคาที่สูงก็ย่อมแรกมากับลวดลายด่างของใบที่หาได้ยากและเป็นลวดลายที่มีความสวยงามเฉพาะตัวแตกต่างจากต้นไม้ธรรมดาทั่ว ๆ ไปนั่นเองค่ะ ซึ่งนี่ก็ไม่น่าแปลกใจเลยแม้แต่น้อยที่กล้วยด่างจะทำรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับผู้ปลูกและยังกลายเป็นไม้อีกหนึ่งชนิดที่เป็นที่ต้องการสำหรับมือใหม่ที่เริ่มปลูกต้นไม้ด้วยเช่นกันค่ะ

มาถึงจุดนี้เชื่อว่าคนที่เพิ่งจะเริ่มสนใจเรื่องของกล้วยด่างเองคงอยากจะรู้แล้วใช่ไหมละคะว่าหากต้องการจะเริ่มปลูกกล้วยด่างนั้นจะต้องเลือกสายพันธุ์ไหน ? แล้วแต่ละสายพันธ์ุจะต้องดูแลเช่นไรบ้าง ? วันนี้เรามีคำตอบมาให้ซึ่งรับรองได้เลยค่ะว่ามือใหม่สามารถเลือกลงทุนกับกล้วยด่างได้อย่างไม่ยาก แต่ก่อนอื่นเลยนั้นเรามาดูกันก่อนนะคะว่าด่างหรือลวดลายที่เราเห็นกันนั้นจริง ๆ แล้วมันเกิดมาจากอะไรกันแน่

กล้วยด่างสายพันธุ์ ที่ได้รับความนิยม ค่าตัวสูง

1. กล้วยด่างฟลอริดา

กล้วยด่างฟลอริดา

กล้วยด่างฟลอริดา

สำหรับสายพันธุ์แรกก็เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อสายพันธุ์นี้กันมานักต่อแล้วนักซึ่งก็คือกล้วยด่างฟลอริดา หรือมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Musa Florida Variegated ซึ่งชื่อนี้ก็มาจากการค้นพบในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

ลักษณะของกล้วยประเภทนี้ก็จะไม่แตกต่างอะไรจากกล้วยทั่ว ๆ ไปมากนักแต่ที่เห็นความต่างเด่นชัดที่สุดก็คือลวดลายที่ใบ ลำต้น และผลจะเป็นสีขาวหรือสีเหลืองสลับกับสีเขียวตามแนวเส้นใบ ซึ่งสายพันธุ์นี้จะมีลวดลายที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์เหมาะสำหรับการปลูกไว้เพื่อประดับตกแต่งให้ความสวยงาม

ขนาดลำต้นจะสูงประมาณ 3 – 6 เมตรเลยทีเดียวค่ะ ลำต้นใหญ่แข็งแรง ลวดลายค่อนข้างชัดทั่วทุกส่วน ผลมีลักษณะรูปทรงที่คล้ายกันกับกล้วยหักมุกแต่มีสีเขียวอ่อนสลับกับลายด่างและสามารถรับประทานได้เช่นเดียวกันกล้วยทั่วไปเลยค่ะ

กล้วยด่างฟลอริดาชอบความชื้นแต่ก็ไม่ควรที่จะมากเกินไปเพราะมันอาจทำให้รากเน่า แต่ในขณะเดียวกันมันก็ชอบแสงแดดด้วยเช่นกัน ดังนั้นแล้วการปลูกก็ควรให้น้องเค้าได้รับแสงแดดบ้างก็ดีค่ะ แต่ก็ไม่ควรจะมากเกินไปหรือไม่ควรปลูกในที่แดดจัด ๆ เพราะมิฉะนั้นแล้วอาจทำให้ใบไหม้เอาได้ ดูเหมือนจะดูแลยากใช่ไหมละคะ แต่เอาจริง ๆ น้องเค้ก็ดูแลไม่ยากเพียงแต่ต้องใส่ใจเท่านั้น ซึ่งนี่ก็เป็นสายพันธุ์ยอดนิยมและทำเงินได้ดีมาก ๆ อาจจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีทุนเล็กน้อยหรือผู้ที่มีประสบการณ์การปลูกกล้วยด่างมาแล้วนั่นเองค่ะ


2. กล้วยด่างแดงอินโด

กล้วยด่างแดงอินโด/ทับทิมสยาม

กล้วยด่างแดงอินโด/ทับทิมสยาม

สำหรับสายพันธุ์ต่อมาก็ถือว่ามาแรงไม่แพ้กันนั่นก็คือกล้วยด่างแดงอินโด หรือที่ชื่อไทยว่า ‘ทับทิมสยาม’ หรือที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Musa Siam Ruby นั่นเองค่ะ สำหรับความโดดเด่นของสายพันธุ์นี้เลยก็คือใบของเค้าจะเป็นสีแดงทับทิมเข้มและมีจุดหรือลายสีเขียวเล็ก ๆ ยิ่งแสงแดดมากเท่าไหร่ สีสันก็จะยิ่งเข้มขึ้นและสวยขึ้นค่ะ

โดยลวดลายของกล้วยด่างพันธุ์นี้ก็มีหลายลายไม่ว่าจะเป็น ลายออริจินอลซึ่งจะเป็นสีแดงทับทิมเต็มใบ, ลายฮาฟ, ลายเม็ดฝน และอื่น ๆ ซึ่งราคาของแต่ละลายก็จะแตกต่างกันออกไป ส่วนลายที่มีราคาค่อนข้างสูงและหาได้ค่อนข้างยากก็คือลายเทพค่ะ

กล้วยด่างแดงอินโดมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย โดยลักษณะทั่วไปเองก็คล้าย ๆ กันกับกล้วยไทย ลำต้นใหญ่อวบ ใบจะมีความโค้งมนในช่วงโคนและปลาย ส่วนผลก็จะมีรูปทรงยาวเรียวและมีแดงด้วยเช่นกัน สำหรับกล้วยสายพันธุ์นี้ก็จะชื่นชอบดินร่วนซุย มีช่องว่างในดินเพื่อระบายอากาศและเพื่อให้น้ำขังจนทำให้รากเน่านั่นเองค่ะ

แต่ถึงแม้สายพันธุ์นี้จะชอบแสงแดดและความชื้นอยู่มากแต่ก็ไม่ต้องในอยู่ระดับที่พอดี ๆ นะคะ สำหรับในช่วง 1-3 เดือนแรกอาจจะต้องประคบประหงมกันสักเล็กน้อยแต่พอน้องเค้าโตขึ้นก็เลี้ยงง่ายแล้วค่ะ


3. กล้วยด่างเทพพนม

กล้วยด่างเทพพนม
กล้วยด่างเทพพนม

สำหรับกล้วยด่างเทพพนมนั้นมีที่มาที่ไม่ชัดเจนมากนักค่ะ บ้างก็บอกว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากต่างประเทศ บ้างก็บอกว่าเป็นพันธุ์ไทยโบราณ แต่ถึงจะมีที่มาที่ไม่ชัดเจนแต่กล้วยสายพันธุ์นี้ก็มีความโดดเด่นอยู่หลายอย่างด้วยกันค่ะ

นอกจากลายด่างที่มีความสวยและบ้างก็มีลายที่ดูคล้ายกับหินอ่อนแล้วนั้น กล้วยสายพันธุ์นี้ก็ยังเป็นกล้วยมงคลอีกต่างหาก เพราะว่าชื่อเทพพนมนั้นมาจากลักษณะเหมือนพนมมือเข้าหากันซึ่งผลก็สามารถทานได้ค่ะหรือจะนำไปไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลก็ได้เช่นกัน โดยรสชาติจะหวานไม่มาก ส่วนเนื้อก็จะหนุบหนับแอบเหนียวเล็กน้อย แต่ก็ทานเพลินดีค่ะถือว่าเป็นเนื้อสัมผัสที่แปลกใหม่ ต้องลอง (อิอิ)

ลำต้นของกล้วยเทพพนมค่อนข้างสูงค่ะ ใบค่อนข้างเรียวยาว พอเริ่มโตใบของเค้าจะเริ่มให้สีและลายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สำหรับดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินร่วนมีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี ค่อนข้างที่จะชอบแดดเลยค่ะ ถ้าหากว่าเลี้ยงดีหน่อยน้องเค้าก็ให้ผลผลิตที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ซึ่งสายพันธุ์นี้ก็เหมาะมาก ๆ ค่ะสำหรับใครที่ชอบกล้วยด่างที่เน้นความสวยงาม เป็นสิริมงคล และต้องการทานนั่นเองค่ะ

เมล็ดต้นกล้วยเทพพนม ด่างทอง ลายเทพ A+ เมล็ดต้นกล้วยเทพพนม ด่างทอง ลายเทพ A+ ดูที่ shopee

4. กล้วยน้ำว้าด่าง

กล้วยน้ำว้าด่าง
กล้วยน้ำว้าด่าง รูปภาพจาก องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (qsbg.org)

อีกหนึ่งสายพันธุ์ค่ะที่เป็นที่นิยมและก็ยังมีลวดลายที่สวยงามไม่ต่างอะไรจากพันธุ์อื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นก็คือกล้วยน้ำว้าด่างนั่นเอง ใครจะคิดละค่ะว่ากล้วยน้ำว้าที่เรากินกันประจำจะเป็นกล้วยด่างได้ด้วย ซึ่งกล้วยน้ำว้าด่างก็มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับกล้วยน้ำว้าทั่ว ๆ ไปคือมีความสูงราว ๆ ไม่เกิน 3 เมตร ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ใบโค้งมนขนาดใหญ่โดยจะมีลายด่างขาวสลับกับสีเขียวของใบ แต่ลักษณะลายของสายพันธุ์นี้จะค่อนข้างชัดเจน มักจะปลูกไว้เพื่อประดับบ้าน

นอกจากนี้แล้วสายพันธุ์กล้วยน้ำว้าด่างเองก็ยังนิยมปลูกไว้เพื่อทานผลด้วยนะคะเพราะว่าผลของเค้ามีค่อนข้างโต รสชาติหวานหอมอร่อย ไม่ติดเปรี้ยว เนื้อก็ไม่ได้เหนียวมากอีกด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วกล้วยน้ำว้าด่างเองก็มีสายพันธุ์ย่อยอีกด้วยนะคะ อาทิเช่น กล้วยน้ำว้าค่อมด่าง, กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง และอื่น ๆ สำหรับกล้วยสายพันธุ์ค่อนข้างดูแลง่ายค่ะเพราะเข้ากับสภาพในบ้านเราได้ดี ชอบแสงแดด นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่น่าสนใจค่ะยิ่งโดยเฉพาะสำหรับมือใหม่แล้วด้วยก็ต้องลองหาซื้อไปปลูกกันได้นะคะ

กล้วยน้ำว้าด่าง/ลายหินอ่อน ส่งแบบล้างราก (ห่อตุ้มดิน) กล้วยน้ำว้าด่าง/ลายหินอ่อน ส่งแบบล้างราก (ห่อตุ้มดิน) ดูที่ shopee
กล้วยน้ำว้าค่อมด่าง ขนาดกลาง กล้วยน้ำว้าค่อมด่าง ขนาดกลาง ดูที่ shopee

5. กล้วยตานีด่าง

กล้วยตานีด่าง
กล้วยตานีด่าง รูปภาพจาก องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (qsbg.org)

กล้วยตานีด่าง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Musa ballbisiana Colla ‘Variegated’ ถือเป็นสายพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใดค่ะ ฉะนั้นแล้วจึงเหมาะมาก ๆ ที่จะปลูกในสภาพอากาศบ้านเราได้เป็นอย่างดี กล้วยตานีด่างชอบแสงแดดและความชื้นกลาง ๆ ดังนั้นจึงสามารถปลูกกลางแจ้งได้ไม่มีปัญหาเลยค่ะแต่ก็แนะนำไม่ให้โดดแดดจัดมากเกินไป สำหรับลักษณะของลำต้นขนาดใหญ่มีสีเขียวเข้ม ความสูงจะอยู่ที่ประมาณ 4 เมตร ใบจะมีลักษณะกว้าง ปลายใบโค้ง ใบหนา และมีจะลายด่างขาวหรือเหลือง เช่นเดียวกันกับผลค่ะเพราะผลเองก็จะมีลายด่างริ้วขาวด้วยเช่นกัน ลักษณะผลจะค่อนข้างเล็ก เนื้อสีขาว มีเม็ดมาก มักจะนิยมปลูกเพื่อความสวยงามหรือเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปลูกและผู้อยู่อาศัยเสียมากกว่า

สำหรับกล้วยสายพันธุ์นี้ถ้าหากเทียบกับสายพันธุ์อื่น ๆ เองก็ถือว่ามีราคาที่ไม่สูงมาก ฉะนั้นจึงค่อนข้างเหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มจะสนใจการปลูกกล้วยด่างด้วยตัวเองค่ะ แล้วอีกอย่างกล้วยตานีเองด่างเองก็เป็นสายพันธุ์ที่ดูแลง่าย ไม่ซับซ้อนอะไรมากค่ะ แค่ช่วงแรก ๆ อาจจะต้องหมั่นดูแลรักษา รดน้ำเช้าเย็น แต่พอน้องเค้าโดขึ้นก็ดูแลง่ายมาก ๆ เลยค่ะ ซึ่งนี้ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่มาก ๆเลยละค่ะ แถมราคาก็เข้าถึงได้ง่ายราคาไม่โหดค่ะทุกคน


ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของกล้วยด่างแต่ละสายพันธุ์

สายพันธุ์ ถิ่นกำเนิด ลักษณะเด่น ลวดลาย การดูแล
กล้วยด่างฟลอริดา รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ใบจะมีความสวยงามโดดเด่นกว่าพันธุ์อื่น เป็นที่นิยมและมีราคาสูง ด่างขาวหรือเหลืองตามแนวเส้นใบ ดินร่วน ไม่แฉะ ต้องการแสงแดดรำไร
กล้วยด่างแดงอินโด ประเทศอินโดนีเซีย ใบมีสีแดงทับทิมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ราคาสูง ลวดลายจะเป็นสีแดงเข้มเต็มใบหรือบางลายจะสลับด้วยสีเขียว ดินร่วนให้อากาศถ่ายเทได้ ชอบแสงแดด
กล้วยด่างเทพพนม ไม่ชัดเจน ผลมีลักษณะคล้ายกำลังพนมมือ นิยมปลูกเพื่อความเป็นสิริมงคล ด่างขาวหรือเหลืองตามแนวเส้นใบและถี่ ดินร่วม ชอบแสงแดด
กล้วยน้ำว้าด่าง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลายด่างสวย ผลหวานอร่อย ด่างขาวสลับเขียวตามแนวเส้นใบชัดเจน ชอบแสงแดดสามารถปลูกกลางแจ้งได้
กล้วยตานีด่าง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบและผลจะด่าง มาในราคาที่ไม่แพงมาก ด่างขาวหรือเหลือง แต่อาจจะไม่ชัดมากเท่าพันธุ์อื่น ๆ ชอบแสงแดดและความชื้น ปลูกกลางแจ้งได้

ไม้ด่างเกิดจากอะไร ?

ไม่ว่าจะเป็นกล้วยด่างหรือไม้ด่างอื่น ๆ ก็แล้วต่างก็มีราคาที่สูงลิ้วและเมื่อลองเปรียบเทียบราคากับไม้สายพันธุ์เดียวกันที่ไม่มีลักษณะด่างก็จะพบว่าราคานั้นสูงกว่าหลายเท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งลักษณะที่เห็นนี้ก็จะเป็นลักษณะของสีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนมักจะปรากฏให้เห็นในส่วนของใบ บ้างก็ลำต้นหรือผลในต้นไม้บางชนิด โดยลายด่างที่ว่านี้ก็จะเป็นลายด่างสองสีหรืออาจจะมีหลากหลายโทนด้วยกัน อีกทั้งยังมีลักษณะที่แตกต่างกันด้วยค่ะ อาทิเช่น ลายทาง, ลายจุด, วงกลม, เส้นขอบ และรูปทรงอื่น ๆ ซึ่งนี่เองค่ะที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม้ด่างกลายเป็นที่นิยมเนื่องจากลวดลายที่มีความเฉพาะตัว แปลกตา และเป็นเอกลักษณ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วลายด่างที่ว่านี้ก็เกิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกันซึ่งก็ได้แก่…

ไม้ด่างเกิดจากการขาดแสงสว่าง
ไม้ด่างเกิดจากการขาดแสงสว่าง

1. ขาดแสงสว่าง

การเปลี่ยนแปลงของสีใบเกิดขึ้นเนื่องจากขาดแสงสว่างที่เป็นเหมือนส่วนสำคัญในการผลิตคลอโรฟิลล์ เม็ดสีเขียวในเซลล์พืชบางชนิดนั่นเองค่ะ ซึ่งนี่ไม่ใช่เป็นการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด โดยลักษณะของการขาดแสงสว่างที่เพียงพอจะแสดงออกมาในรูปแบบของสีที่อ่อนลงจนเป็นสีขาวหรือสีเหลือง

2. ขาดสารอาหาร

สารอาหารก็ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำเกิดลายด่างด้วยเช่นเดียวกันค่ะเพราะสารอาหารบางประเภทหากว่าต้นไม้ได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอหรือน้อยมาก ๆ ก็จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสีด้วยเช่นกัน

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำเกิดลายด่าง
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำเกิดลายด่าง

3. การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นเทคนิคการสร้างความแตกต่างให้กับต้นไม้โดยจะทำในห้องปฏิบัติการเพื่อทำให้พืชนั้นขาดคลอโรฟิลล์โดยเจตนา โดยเทคนิคนี้จะทำลายเซลล์พันธุกรรมของพืชอย่างถาวรซึ่งก็จะทำให้ต้นไม้ต้นนั้นมีลวดลายที่สวยงามแปลกตาแม้เวลาจะผ่านไปนานก็ยังคงไว้ซึ่งลวดลายที่สวยงามเดิมค่ะ วิธีการนี้อาจจะใช้กับพวกมอนสเตอร่าได้ค่ะ

4. การกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ

สำหรับข้อนี้ก็จะแตกต่างกันกับข้อแรกนะคะเพราะว่านั่นเกิดขึ้นมาจากการขาดแสงสว่างแต่อันนี้จะเกิดมาจากการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมโดยธรรมชาติหรือที่เรียกว่า chimeral variegation ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อบกพร่องของคลอโรพลาสต์ในใบ ทำให้ใบไม่สามารถผลิตคลอโรฟิลล์ได้ ดังนั้นการขาดคลอโรฟิลล์ในบางส่วนของใบจึงทำให้บริเวณนั้นมีสีขาวทึบนั่นเองค่ะ

5. โรคบางชนิด

นอกจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้วโรคบางชนิดอย่าง Mosaic virus หรือไวรัสโมเสค คือโรคใบด่างที่มีผลทำให้เกิดจุดสีขาว สีเหลือง หรือสีเขียวบนส่วนของใบซึ่งนี่เองค่ะเป็นผลให้ไวรัสโมเสคมักถูกเข้าใจผิดว่ารอยด่างของต้นไม้นั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้กล้วยด่างนั้นมีราคาที่แพง

ทำไมกล้วยด่างถึงแพง
ทำไมกล้วยด่างถึงแพง ?

เชื่อว่านี่ก็คงจะเป็นคำถามที่คาใจใครหลาย ๆ คนมาเป็นเวลานานว่าทำไมกล้วยด่างหรือไม้ด่างอื่น ๆ ถึงมีราคาที่แพง แถมราคาบางต้นยังสูงกว่าราคาของรถหรือของมีค่าบางอย่างอีกต่างหาก แล้วทำไมหลาย ๆ คนถึงกล้าซื้อในราคาที่โหดขนาดนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

เนื่องจากกล้วยด่างรวมถึงไม้ด่างประเภทอื่น ๆ นั้นในตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม หลายต่อหลายคนกำลังตามหาเพื่อที่จะได้มาครอบครองซึ่งนี่ก็ทำให้ราคาของไม้ด่างพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วอีกอย่างไม้ด่างที่มีลวดลายที่สวยงามและมีความสมบูรณ์แข็งแรงนั้นเป็นอะไรที่หาได้ยากมาก ๆ แล้วก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยนี่จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุค่ะที่ผลักให้ราคาทะยานขึ้นไปถึงหลักแสนนั่นเอง

ผลของกล้วยด่างกินได้หรือไม่ ?

หลายคนคงอยากจะรู้เหมือนเราใช่ไหมละคะว่าจริง ๆ แล้วกล้วยที่ได้มาจากกล้วยด่างนั้นสามารถนำมารับประทานได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบของคำถามนี้ก็คือได้แน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการทานผลสดหรือจะนำไปทำอาหารหรือขนมก็ได้เช่นกัน นอกจากก็ยังสามารถนำไปผ่านกระบวนการต่าง ๆ อย่างการอบ การทอด การต้ม การนึ่ง และการย่างได้ไม่ต่างอะไรกับกล้วยที่เรารับประทานกันอยู่บ่อย ๆ แต่…มีแต่นะคะ รสชาติของกล้วยด่างอาจจะไม่ได้มีรสชาติที่หวานหอมมากเท่ากับกล้วยทั่ว ๆ ไป บ้างก็มีรสชาติที่ค่อนข้างเปรี้ยว บ้างก็หวานน้อย ส่วนเนื้อก็จะค่อนข้างหนึบกว่าด้วย แถมในบางสายพันธุ์ก็มีเม็ดที่ค่อนข้างเยอะทำให้ทานได้ไม่สะดวกนั่นเองค่ะ สำหรับกล้วยด่างแล้วนั้นอาจจะเหมาะสำหรับการปลูกเพื่อความสวยงาม ไว้ตกแต่งบ้านหรือตามสถานที่ต่าง ๆ มากกว่าที่จะปลูกไว้เพื่อรับประทานค่ะ

คำแนะนำสำหรับมือใหม่

1. การเลือกสายพันธุ์

สำหรับใครที่เพิ่งหันมาสนใจการปลูกกล้วยด่าง เราขอแนะนำว่าให้ศึกษาข้อมูลเรื่องของสายพันธุ์ต่าง ๆ ให้ดีนะคะ ไม่ว่าคุณจะเลือกปลูกเพื่อความสวยงามหรือปลูกไว้เพื่อจำหน่ายในอนาคต เพราะกล้วยด่างแต่ละสายพันธุ์เองนั้นต่างก็มีจุดเด่นและการดูแลที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นแล้วก่อนจะลงมือปลูกก็ควรศึกษาวิธีการปลูก ลักษณะ ดิน สภาพอาการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบก่อนนะคะ

2. การเลือกหน่อกล้วย

จริง ๆ การปลูกกล้วยด่างก็สามารถเพาะเมล็ดได้เช่นกัน แต่วิธีการเช่นนี้อาจจะต้องใช้เวลาที่นาน อีกทั้งยังมีโอกาสเสี่ยงสูงที่เมล็ดนั้นมีเปอร์เซ็นต์การงอกน้อย จึงทำให้วิธีการที่ง่าย สะดวก และเป็นที่นิยมมากที่สุดก็เปลี่ยนมาเป็นการซื้อหน่อกล้วยด่างมาจากผู้ขายที่แยกมาจากต้นแม่พันธุ์นั่นเองค่ะ

หน่อกล้วย ที่มีรากแน่น รากเยอะและรากไม่เน่า
หน่อกล้วย ที่มีรากแน่น รากเยอะและรากไม่เน่า

แต่อย่างไรก็ดีใช่ว่าหน่อเหล่านี้จะแข็งแรงเหมือนกันทั้งหมด ดังนั้นแล้วการเลือกหน่อเพื่อนำมาปลูกอาจจะต้องมีเคล็ดลับกันสักเล็กน้อย โดยแนะนำว่าให้เลือกหน่อที่มีรากแน่น รากเยอะและรากไม่เน่า ลำต้นสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ช้ำ ลำต้นแข็ง ไม่นิ่ม ลวดลายจะต้องมีความชัดเจน ไม่มีรอยตำหนิ และที่สำคัญที่สุดคือควรเลือกซื้อจากผู้ขายที่ไว้ใจได้ โดยผู้ขายควรเป็นผู้ที่มีการให้รายละเอียดที่ชัดเจน มีรูปของต้นแม่พันธุ์และเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ไม่แนะนำให้เลือกซื้อจากผู้ขายที่ขุดมาจากป่าหรือไม่มีการให้รายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับหน่อยกล้วยด่างนั้น ๆ นะคะ

3. ระมัดระวังกล้วยด่างเทียม

เนื่องจากในปัจจุบันมูลค่าของกล้วยด่างมีราคาที่สูงมาก ๆ และยังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากอีกด้วยจึงไม่แปลกเลยค่ะที่ว่าพวกหัวใสที่จำหน่ายกล้วยด่างปลอมเพื่อหวังจะโกงเงินนั่นเองค่ะ ซึ่งการดูกล้วยด่างปลอมก็ให้ลักเกตลักษณะของใบค่ะ ถ้าหากว่าลวดลายน้อย สีอ่อน ใบไม่สมบูรณ์ก็มีโอกาสที่จะเป็นด่างที่เกิดจากการสารอาหารหรือต้นไม้ไม่สมบูรณ์ก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนี้ก็มีโอกาสที่จะกลับไปเป็นสีเขียวตามเดิมได้ค่ะหากว่าได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ส่วนกล้วยด่างที่เป็นกล้วยด่างแท้นั้นจะมีลวดลายตามเส้นในที่ชัดเจน มีการแบ่งสีที่ชัดเจน และทุกใบจะต้องมีความด่างเหมือนหรือคล้าย ๆ กันทั้งหมด ใบจะต้องมีความสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีรอยไหม้ หรือรอยตำหนิใด ๆ

4. ให้แสงแดดและความชื้นที่พอเหมาะ

จริงอยู่ค่ะที่ว่ากล้วยด่างบางสายพันธุ์นั้นชอบความชื้นและแสงแดด แต่ก็ควรจะให้ความชื้นและรับแสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้นค่ะ อย่างในส่วนของความชื้นก็ไม่ควรรดน้ำบ่อยเกินไปและก็ไม่ควรรดน้ำในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากอาจจะทำให้รากเน่าได้ค่ะ ส่วนแสงแดดก็ควรเลือกปลูกหรือวางไว้ในที่ที่แสงแดดรำไร ไม่ใช่ในที่ที่แดดจัดเพราะนี่อาจจะทำให้ใบไหม้ได้เช่นกันค่ะ

บทสรุป

ก่อนที่จากกันในวันนี้ก็อยากจะฝากถึงมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในวงการกล้วยด่างได้ไม่นานค่ะว่ากล้วยด่างเป็นต้นไม้ที่ปลูกได้ไม่ยากเลยค่ะ แต่คุณแค่ต้องเข้าใจและใส่ใจ หมั่นดูแลรักษาก็ให้เป็นอย่างดีก็เท่านั้นเองค่ะ ความน่าตื่นเต้นอีกอย่างของการปลูกกล้วยด่างนั้นคือลวดลายที่มีให้เราได้รู้สึกประหลาดใจกันอยู่เสมอ ๆ แถมราคาตอนนี้แม้จะมีดรอปลงมาบ้างแต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดีเลยค่ะซึ่งถ้าหากว่าใครที่ตอนนี้กำลังคิดจะลงทุนปลูกกล้วยด่างเพื่อขายทำกำไรก็ยังไม่สายค่ะ เพียงแต่คุณต้องลองศึกษาหาความรู้ดี ๆ ควรศึกษาทิศทางของกล้วยด่างเพื่อจะได้ดูว่าจะเลือกลงทุนกับลวดลายหรือสายพันธุ์อะไร และควรทราบวิธีการดูแลที่ถูกต้องเพื่อให้ผลผลิตที่เจริญงอกงามนั่นเองค่ะ แนะนำเลยว่าข้อมูลในเรื่องพวกนี้ต้องแน่นมาก ๆ เพราะว่าตลาดกล้วยด่างนั้นราคาค่อนข้างสูง แม้จะเป็นหน่อหรือต้นเล็ก ๆ เองก็ตาม ฉะนั้นเพื่อไม่ให้โดนโกงก็ควรทำการบ้านให้ดีก่อนนะคะทุกคน

SEE ALSO  เช็ก วันหยุดธนาคาร ปี 2566 หยุดรวมกี่วัน มีวันไหนบ้าง | Custercyclery

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น