วิ่งเพื่อลดน้ำหนักสำหรับคนอ้วน

วิ่งเพื่อลดน้ำหนักสำหรับคนอ้วน

สำหรับคนอ้วนหรือน้ำหนักเกิน คนวิ่งเพื่อลดน้ำหนักต้องเริ่มช้าๆ และค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักทีละน้อย และต้องมีโปรแกรม track break ด้วย

การวิ่งเพื่อลดน้ำหนักเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัด ดังนั้นจึงเป็นวิธีที่หลายคนนิยมกันมาก เฉพาะผู้ที่ค่อนข้างหนักหรือคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย การวิ่งอาจเป็นปัญหาเล็กน้อยเพราะร่างกายไม่คุ้นเคยกับการวิ่งเป็นเวลานานทำให้เหนื่อย โดยหวังว่าจะลดน้ำหนักได้เร็ว อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้เช่นกัน

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่น้ำหนักเกินมาก คุณจะใช้วิธีนี้ไม่ได้เพราะจริงๆ แล้วการวิ่งจ็อกกิ้งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการลดน้ำหนัก คุณเพียงแค่ต้องวิ่งให้ถูกวิธี เราจึงขอนำเสนอเทคนิคการวิ่งสำหรับออกกำลังกายสำหรับผู้เริ่มต้น เป็นเทคนิคการ “เดินและวิ่ง” หรือ WRW

เริ่มต้นด้วยการเดิน

ในช่วงสัปดาห์แรก ลองเริ่มต้นด้วยการวิ่ง 3 ถึง 5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 25-30 นาที สัปดาห์ต่อๆ ไป ให้เพิ่มการวิ่ง 30-45 วินาทีในการออกกำลังกายการเดินแต่ละครั้ง ใช้การเดินสลับกันวิ่ง และค่อยๆ เพิ่มเวลาการวิ่งในแต่ละครั้งโดยไม่ควบคุมเวลาเพื่อไม่ให้เราหายใจไม่ออก ทำอย่างนี้สัก 4-5 สัปดาห์ ร่างกายจะแข็งแรงขึ้น และวิ่งได้ 30 นาทีโดยไม่หอบ

SEE ALSO  จัดกระดูกหัวเข่าแบบง่ายๆ ทำได้เอง | ปรับปรุงใหม่อาการ เข่า หลุดเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เช็คอัตราการเต้นของหัวใจ

การตรวจชีพจรของคุณทุกวัน (ทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะวันวิ่ง) เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการบาดเจ็บจากการวิ่ง ของตัวเองมากจนลืมไปและอาจบังคับตัวเองจนได้รับบาดเจ็บในที่สุด วิธีบอกได้ว่าคุณกำลังกดดันตัวเองเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหวหรือไม่ (มีศัพท์เรียกที่เรียกว่า Overtraining Syndrome ซึ่งเป็นการเร่งความเร็วของการออกกำลังกายอย่างหนักในขณะที่ร่างกายไม่พร้อม) สังเกตได้จากการวัดชีพจรทุกวัน หากวัดและพบว่าชีพจรของเราอยู่ที่ 5 ถึง 10 ครั้งต่อนาที (เช่น จาก 72 ครั้ง/นาที ถึง 85/นาที) แสดงว่าคุณกำลังกดดันตัวเองมากเกินไปและต้องช้าลงเล็กน้อย นอกจากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บแล้ว ชีพจรยังสามารถบอกได้ว่าการออกกำลังกายของคุณทำได้ดีหรือไม่ เพราะถ้าวิ่งจนร่างกายแข็งแรง หัวใจก็จะสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น ซึ่งหมายความว่าจังหวะการเต้นของหัวใจจะช้าลง แต่แข็งแรงขึ้น (ไม่ต้องปั๊มบ่อย) ดังนั้นใครที่กำลังหัดวิ่งอย่าลืมเช็คชีพจรกันด้วยนะครับ

SEE ALSO  พาทัวร์ Home Gym! ต้องใช้งบเท่าไรถึงจะมียิมในบ้านตัวเองได้ ?! - Hero Athletes | เนื้อหาล่าสุดเกี่ยวกับโฮมยิม

ใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายให้เพียงพอ

การฟื้นตัวมีความสำคัญเท่ากับการออกกำลังกาย เพราะถ้าหากว่าคุณไม่ให้เวลาตัวเองเพียงพอในการพักผ่อน รับรองว่าจะต้องพบกับความเหนื่อยล้าอย่างแน่นอน ประสิทธิภาพการออกกำลังกายลดลงและพลอยท้อใจได้ง่าย จนในที่สุดคุณอาจได้รับบาดเจ็บ มีนักวิ่งหลายคน คนที่แหกกฎเหล็กข้อนี้ต้องเสียใจทีหลัง

โปรแกรมที่แนะนำคือ วิ่งวันเว้นวัน ในวันที่ไม่ได้วิ่งก็เปลี่ยนมาออกกำลังกายเบาๆ เพื่อส่งเสริมกล้ามเนื้อ เช่น ยกเวท หรือจะทำโยคะเพื่อให้เข้ารูป ส่วนผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแบบจัดเต็มด้วยการออกกำลังกายทุกวัน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ซึ่งเป็นวันพักผ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายทำงานหนักเกินไป

SEE ALSO  เปรม ฟิตเนส จ.หนองคาย จุดนัดคนรักสุขภาพ ที่เดียวจบครบทุกความต้องการเรื่องออกกำลังกาย | เนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับธุรกิจ ฟิตเนส ขนาด เล็กเพิ่งได้รับการอัปเดต

คำแนะนำ: ก่อนและหลังวิ่งทุกครั้ง อย่าลืมที่จะมีความยืดหยุ่นเช่นกัน เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยลดโอกาสบาดเจ็บ

โปรแกรมวิ่งที่แนะนำ

วันจันทร์
สลับเดินและวิ่ง (เวลาวิ่งตามความเหมาะสมของร่างกาย) แล้วยืดกล้ามเนื้อ

วันอังคาร
ยกน้ำหนักเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกล้ามเนื้อยืดหยุ่น

วันพุธ
สลับเดินและวิ่ง (เวลาวิ่งตามความเหมาะสมของร่างกาย) แล้วยืดกล้ามเนื้อ

วันพฤหัสบดี
ยกเวทหรือโยคะสลิมมิ่ง (ถ้าคุณเลือกยกเวท อย่าลืมยืดกล้ามเนื้อด้วย)

วันศุกร์
สลับเดินและวิ่ง (เวลาวิ่งตามความเหมาะสมของร่างกาย) แล้วยืดกล้ามเนื้อ

วันเสาร์
พักผ่อน

วันอาทิตย์
สลับเดินและวิ่ง (เวลาวิ่งตามความเหมาะสมของร่างกาย) แล้วยืดกล้ามเนื้อ

#การวงเพอลดนำหนก #สำหรบคนอวน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น