เพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย

เพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย

วิธีเพิ่มการเผาผลาญให้ร่างกายด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ออกกำลังกายและเลือกอาหารที่เหมาะสม

เป็นความจริงที่คุณไม่สามารถเปลี่ยนยีน อายุ หรือเพศได้ แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการออกกำลังกายและพฤติกรรมการรับประทานอาหารสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญของคุณได้ถึง 10%

ตามที่ได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ว่าการใช้พลังงาน ร่างกายได้ใช้พลังงานไปตลอดทั้งวันไม่ว่าจะนั่งอยู่ที่โต๊ะ นั่งทานอาหารหรือนอน เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนที่เราจะเรียนรู้วิธีเพิ่มการเผาผลาญ เราต้องศึกษาและทำความเข้าใจอัตราการเผาผลาญของร่างกาย (Basal Metabolic Rate (BMR) RMR) เสียก่อน

ก่อนอื่นเลย เมแทบอลิซึม หรือ เมแทบอลิซึม เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

  • กระบวนการสังเคราะห์พลังงานจากอาหารที่เรากินเข้าไป เช่น การสังเคราะห์กรดอะมิโนและกลูโคส จากคาร์โบไฮเดรต ปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์นี้เรียกว่า ปฏิกิริยาอะนาโบลิก จะมีการสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ เช่น โปรตีนและไกลโคเจน แล้วเก็บไว้ในตับและกล้ามเนื้อ (สำรอง)
  • กระบวนการสลายคือการสลายตัวของโมเลกุลขนาดใหญ่ในข้อ 1 ที่สำรองไว้เป็นโมเลกุลขนาดเล็กเพื่อใช้เป็นพลังงานทันที พลังงานนี้เป็นพลังงานที่ใช้สำหรับออกกำลังกาย ยืน เดิน นั่ง ฯลฯ หมายความว่า สงวนไว้ ตามข้อ 1 ก่อน แล้วเมื่อร่างกายต้องการจะใช้ จะเข้าเลข 2 คือ แยกของที่ได้จากข้อ 1 ให้เป็นพลังงาน
  • SEE ALSO  กินคลีนเพื่อสุขภาพกินอย่างไรให้ถูกวิธี | Custer Cyclery

    อัตราการเผาผลาญพื้นฐานหรือ BMR หรือ RMR คือจำนวนแคลอรี่ที่เราเผาผลาญแม้ว่าคุณจะนอนอยู่บนเตียงตลอดทั้งวัน เป็นตัวกำหนดว่าคุณอ้วนยากหรือง่ายเพียงใด และเป็นตัวแปรสำคัญในการเพิ่มน้ำหนักอย่างที่เราเห็น บางคนโชคดีออกกำลังกายน้อยลง การกินสิ่งที่พวกเขาต้องการแต่ไม่อ้วนมาจากคนที่อาจมีอัตราการเผาผลาญสูงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ร่างกายต้องการพลังงานมากกว่าคนปกติในการใช้ชีวิตปกติ แต่สำหรับคนที่โชคร้าย? เราต้องมองหาวิธีเพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย สำหรับเป้าหมายการลดน้ำหนักหรือเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี จะมีวิธีการดังนี้

    เพิ่มการเผาผลาญด้วยการออกกำลังกาย

    วิธีที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายคือการออกกำลังกาย ด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (เดิน วิ่ง เต้น กระโดด) เพื่อช่วยเผาผลาญไขมันและการออกกำลังกายแบบฝึกน้ำหนัก หรือการออกกำลังกายแบบต้านทานเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และนี่จะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นระดับการเผาผลาญพลังงานของเรา

    การออกกำลังกายแบบแอโรบิกหรือคาร์ดิโอ ซึ่งสามารถทำได้จากกิจกรรมต่างๆ เช่น การเดิน วิ่งบนลู่วิ่ง เล่นกีฬาต่างๆ หรือกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้หัวใจเต้นต่อเนื่องวันละ 30 นาที หรือเวทเทรนนิ่ง ก็ต้องมีแผนในการเล่น มันอาจจะเล่นในวันที่ไม่ใช่คาร์ดิโอ หรือจะเล่นก่อนคาร์ดิโอก็ได้ การเล่นสามารถวางแผนการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแต่ละส่วนในร่างกายแบบกระจาย

    SEE ALSO  6 สิ่งที่ต้องทำเป็นนิสัย หากต้องการจะลดน้ำหนักให้สำเร็จ | Custer Cyclery

    สำหรับผู้ที่เพิ่งหัดเล่นด้วยการต่อต้าน (ยกน้ำหนัก)

    หาตัวช่วย – สำหรับผู้เริ่มต้น ควรแนะนำให้ใช้เครื่องมือที่ถูกต้องและรูปแบบการเล่นจากผู้เชี่ยวชาญก่อน ซึ่งตามทางยิมมักจะมีบริการให้คำแนะนำอยู่แล้วหรือถ้าเล่นเองที่บ้าน แนะนำให้ศึกษาข้อมูลและดูวิดีโอแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นก่อน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและทำให้การเล่นได้ผลตรงจุด

    เริ่มหนักๆหน่อย – เป้าหมายของการใช้แรงต้านส่งผลโดยตรงต่อกล้ามเนื้อ ไม่ควรฉีกขาดจึงควรเริ่มด้วยน้ำหนักตัวเล็กๆ ที่เรายกได้สบายๆ ก่อน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเพิ่มน้ำหนักเล็กน้อย หากคุณรู้สึกว่ามันเบาเกินไป ให้ทำ 12 ครั้งต่อท่าแต่ละท่า 3-4 ชุด ซึ่งต้องทำให้เสร็จ เลยไม่ต้องเอาของหนักมาอวด ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะยกได้ด้วยการเน้นย้ำ

    ไปอย่างช้าๆ – การยกน้ำหนักขึ้นลงอย่างรวดเร็วไม่ได้ผลกับกล้ามเนื้อมากนัก และอาจทำร้ายคุณ ใช้วิธียกกระชับแบบช้าๆ และสัมผัสได้ถึงทุกการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อ โดยยกแต่ละครั้งให้นับ 1-5 ในใจช้าๆ โดยเน้นที่ความรู้สึกของกล้ามเนื้อ รู้สึกร้อน แต่ไม่รู้สึกเจ็บ หากรู้สึกเจ็บให้หยุดเล่นทันที

    ฉันเหนื่อยและพักผ่อน – คุณควรหยุดพักระหว่างการฝึกการต่อต้าน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและเพิ่มความแข็งแรง และสร้างเสริมซ่อมแซมกล้ามเนื้อให้กลับมา

    เพิ่มการเผาผลาญด้วยอาหาร

    อย่างที่เราทราบกันดีว่าการออกกำลังกายช่วยเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายอย่างไม่ต้องสงสัย สิ่งสำคัญอีกอย่างที่จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายคืออาหาร อาหารไม่เพียงแต่เพิ่มพลังงาน แต่ยังช่วยการเผาผลาญอาหารได้อีกด้วย โดยหลักการแล้ว การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกายได้รับอิทธิพลจากอาหาร เพราะในขณะที่ร่างกายของเราเผาผลาญพลังงาน ร่างกายจะเพิ่มความร้อน และส่งผลต่อการเผาผลาญของร่างกายประมาณ 5-10% ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

    SEE ALSO  เคล็ดลับช่วยควบคุมความอยากอาหาร | Custer Cyclery

    อาหารจานด่วน – ร่างกายเผาผลาญพลังงานอย่างช้าๆ ในช่วงบ่ายและเย็น นั่นหมายความว่า เราควรกินให้น้อยลงในช่วงเวลานั้น หรือพยายามกินอาหารเช้าให้มากขึ้นในขณะที่ลดอาหารเย็นลง

    เกิดอะไรขึ้นถ้าคุณต้องการกินตอนดึก? – สำหรับผู้ที่จะต้องทานอาหารมื้อดึก ด้วยปัจจัยต่างๆ ในการทำงาน อาชีพ เวลา ลองเปลี่ยนอาหารเย็นเป็นโปรตีนและผักที่มีไขมันต่ำ เพราะการย่อยโปรตีนส่งผลต่ออุณหภูมิของร่างกาย มากกว่าอาหารประเภทอื่น (เชื่อกันว่าร่างกายใช้พลังงานประมาณ 30% ในการย่อยโปรตีน) ดังนั้นโปรตีนไขมันต่ำจะเพิ่มการเผาผลาญเล็กน้อย นอกจากนี้เส้นใยพืชและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (แป้งข้าวเจ้าไม่ขัดสี) โฮลวีตโฮลวีต) ยังสามารถผลักดันให้ร่างกายทำงานมากขึ้น แต่จะไม่ได้ผลเท่าการกินระหว่างวัน

    เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน. – ตามที่ได้รับการแนะนำเกี่ยวกับการเลือกแหล่งคาร์โบไฮเดรต ที่มาของคาร์โบไฮเดรตที่จะทำให้ร่างกายเผาผลาญมากขึ้นก็คือ ข้าวไม่ขัดสี ข้าวกล้อง โฮลวีต โฮลเกรน เพราะร่างกายต้องการพลังงานจำนวนมากในการย่อยเส้นใยและอาหารเหล่านี้ กว่ากินแป้ง ข้าว ขนมปังขาว

    #การเพมระดบการเผาผลาญใหกบรางกาย

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น