การเลือกน้ำมันปรุงอาหาร

การเลือกน้ำมันปรุงอาหาร

เพื่อที่จะใช้อย่างถูกต้องและไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เราควรทราบความแตกต่างระหว่างน้ำมันที่จำหน่ายในท้องตลาดและวิธีการใช้

การเลือกน้ำมันปรุงอาหาร

น้ำมันเป็นส่วนประกอบสำคัญในการปรุงอาหาร ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ของไขมันเป็นแหล่งพลังงาน และยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย แม้ว่าน้ำมันจะมีความสำคัญต่อร่างกายแต่การกินมากเกินไป หรือการเลือกวิธีที่ไม่ถูกต้องก็อาจทำให้เกิดผลเสียและทำให้เกิดโรคแก่ร่างกายได้เช่นกัน ปัจจุบันมีน้ำมันหลายประเภทให้เลือก จึงต้องศึกษาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบและเลือกชนิดของน้ำมันที่เหมาะสมในการปรุงอาหาร

มารู้จักชนิดของน้ำมันกันก่อน

น้ำมันประกอบอาหารแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ น้ำมันพืช และน้ำมันที่ได้จากไขมันสัตว์ น้ำมันพืชแตกต่างจากน้ำมันหมูหรือน้ำมันจากสัตว์ ซึ่งให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันจากสัตว์ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด โดยแท้จริงแล้วน้ำมันพืชหรือน้ำมันจากสัตว์จะให้พลังงานต่อหน่วยน้ำหนักเท่ากันคือ 1 กรัมให้พลังงานเท่ากับ 9 กิโลแคลอรี ดังนั้นความเชื่อที่ว่าการกินน้ำมันพืชจึงไม่ใช่ อ้วน. จึงไม่จริง เพราะไม่ว่าจะกินน้ำมันอะไรมากไปก็อาจทำให้น้ำหนักขึ้นได้เช่นกัน

น้ำมันสัตว์

ตัวอย่างเช่น น้ำมันหมูประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะกลายเป็นขี้ผึ้งได้ง่ายในสภาพอากาศหนาวเย็น ไขมันสัตว์จะเหม็นหืนได้ง่ายเมื่อปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิปกติ ไขมันสัตว์ไม่เพียงแต่ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัว แต่ยังมีคอเลสเตอรอลด้วย การรับประทานไขมันสัตว์มากขึ้นอาจทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญสำหรับโรคหัวใจขาดเลือด ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันมะพร้าว เพราะมีไขมันอิ่มตัวจำนวนมากเช่นกัน

SEE ALSO  ทุเรียนทานพอดีได้ประโยชน์ | Custer Cyclery

น้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม)

มีคุณสมบัติตรงข้ามกับน้ำมันจากสัตว์ น้ำมันพืชส่วนใหญ่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีองค์ประกอบทางเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าน้ำมันจากสัตว์ ไขมันไม่อิ่มตัวนี้ไขมันน้อย แม้ในที่เย็น เช่น ในตู้เย็น จะทำปฏิกิริยากับความร้อนและออกซิเจนได้ง่าย และมักทำให้เกิดกลิ่นหืนหลังนำไปประกอบอาหาร

ปัจจุบันมีน้ำมันพืชหลายชนิดที่เป็นน้ำมันผสม เช่น น้ำมันรำข้าวและน้ำมันฝ้าย หรือน้ำมันปาล์ม โอเลอิน น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะผสมหรือไม่ผสมกับน้ำมันพืช ทั้งสองมีประโยชน์ต่อสุขภาพเหมือนกัน

น้ำมันที่ใช้กันทั่วไปในการปรุงอาหารในปัจจุบัน

น้ำมันมะกอก

เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากที่สุด ซึ่งจะช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น สามารถลดเลือนริ้วรอย น้ำมันมะกอกมีจุดควันต่ำ (หมายถึงสูบบุหรี่ได้ง่าย) จึงไม่เหมาะกับการปรุงร้อน นิยมนำมาทำเป็นน้ำสลัด หรือเป็นส่วนประกอบของน้ำสลัด ข้อเสียอย่างเดียวคือราคาแพงและมีกลิ่นค่อนข้างฉุน

SEE ALSO  ผิวสวย หุ่นเป๊ะ ด้วยมะเขือเทศ | Custer Cyclery

น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด

กรดไขมันไม่อิ่มตัวปานกลาง ไม่มีแว็กซ์ที่อุณหภูมิต่ำ แต่ถ้าถูกความร้อนถึงอุณหภูมิสูงมาก อนุมูลอิสระจะเกิดได้ง่าย จึงเหมาะสำหรับการปรุงอาหารโดยใช้ไฟปานกลาง เช่น การผัด หรืออาจใช้ทำน้ำสลัดและมาการีน

น้ำมันรำข้าว

น้ำมันรำข้าวเป็นน้ำมันพืชชนิดหนึ่ง ทำจากรำข้าว มีโอริซานอลซึ่งมีอยู่ในรำข้าวเท่านั้น สารนี้จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และแอนตี้ออกซิเดชั่นสูง ทำให้ไม่ต้องเติมสารกันบูดในน้ำมันรำข้าว คุณภาพทางโภชนาการของน้ำมันรำข้าวไม่ต่างจากน้ำมันถั่วเหลือง

น้ำมันดอกคำฝอย

เป็นน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงที่สุดในบรรดาน้ำมันพืชทุกชนิดที่ใช้ประกอบอาหาร และยังมีกรดไขมันจำเป็นสำหรับร่างกายอีกด้วย ปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติและอาหารเพื่อสุขภาพ

น้ำมันปาล์ม

เป็นน้ำมันพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมอาหาร More ของเรา จุดขายที่ใช้ในการโฆษณาคือไม่มีกลิ่นหืนและกรอบ เพราะมีกรดไขมันอิ่มตัวมากกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นที่กล่าวข้างต้น และทำให้น้ำมันปาล์มมีกลิ่นหืนยากขึ้น และไม่มีควันเมื่อผัด หรือทอดอาหารที่อุณหภูมิสูง ราคาถูกจึงเป็นที่นิยมในธุรกิจอาหาร แต่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง และมีกรดไลโนเลอิกน้อยกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นจึงทำให้เกิดคอเลสเตอรอลสูงได้

น้ำมันมะพร้าว

เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก และเปลี่ยนรูปได้ง่ายเมื่ออุณหภูมิต่ำ ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้ใช้ในการปรุงอาหาร แต่ใช้ในการผลิตมาการีนและสบู่

วิธีการเลือกน้ำมันปรุงอาหาร

การใช้น้ำมันประกอบอาหารต้องคำนึงถึงความร้อนที่ใช้ปรุงอาหารด้วย เพราะนอกจากจะทำให้อาหารเหล่านั้นมีรสชาติเหมือนกันแล้ว การเลือกน้ำมันให้เหมาะสมกับประเภทและประเภทของการปรุงอาหารจะส่งผลดีต่อร่างกาย เช่น การผัด ซึ่งต้องใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันมะกอก

SEE ALSO  อาการบวมน้ำคืออะไร | Custer Cyclery

อาหารทอดที่ใช้น้ำมันมากและใช้ความร้อนสูง เช่น ไก่ทอด ทอดปลา กล้วยทอด โดนัททอด หรือโดนัททอด ไม่ควรใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง เพราะจะทำให้น้ำมันมีกลิ่นเหม็นหืนได้ง่ายและทำให้เกิดความหนืด เนื่องจากมี “โพลิเมอร์” น้ำมันจึงเหมาะสำหรับการทอดประเภทนี้ เป็นน้ำมันชนิดหนึ่งที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันปาล์มหรือน้ำมันหมู เพราะนอกจากจะปลอดภัยจากสารพิษที่จะเกิดขึ้นจากการใช้น้ำมันผิดประเภทแล้ว ยังได้อาหารที่มีรสชาติดี กรอบ อร่อยอีกด้วย

ทำน้ำสลัด. การทำน้ำสลัดประเภทต่างๆ ต้องใช้น้ำมันพืชที่ไม่ผ่านการแช่เยือกแข็งที่อุณหภูมิต่ำ เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันข้าวโพด เคล็ดลับน้ำมันมะกอกน้ำมันถั่วเหลืองสำหรับการใช้น้ำมันปรุงอาหาร

เครดิต หมอหมู่บ้าน, manager.co.th, health.kapook.com กองโภชนาการ กรมอนามัย

#การเลอกใชนำมนในการประกอบอาหาร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น