ในช่วงหน้าฝนนี้ ผู้คนนิยมเดินทางโดยรถยนต์กันมากขึ้น เพราะมีหลังคาสำหรับหลบฝน เดินทางสะดวกกว่ารถสาธารณะหรือมอเตอร์ไซค์ แต่บางครั้งเมื่อฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขัง หรือในช่วงพายุเช่นนี้ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนว่าจะมีพายุในประเทศไทยระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคม พ.ศ. 2565 หลายพื้นที่อาจไม่สามารถระบายน้ำได้จนกว่าจะเกิดน้ำท่วม การขับรถลุยน้ำต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ตามหลักการดังต่อไปนี้

สารบัญ

รถควรเสี่ยงน้ำท่วมระดับไหน?

ในช่วงหน้าฝนนี้ ผู้คนนิยมเดินทางโดยรถยนต์กันมากขึ้น เพราะมีหลังคาสำหรับหลบฝน เดินทางสะดวกกว่ารถสาธารณะหรือมอเตอร์ไซค์ แต่บางครั้งเมื่อฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขัง หรือในช่วงพายุเช่นนี้ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนว่าจะมีพายุในประเทศไทยระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคม พ.ศ. 2565 หลายพื้นที่อาจไม่สามารถระบายน้ำได้จนกว่าจะเกิดน้ำท่วม การขับรถลุยน้ำต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ตามหลักการดังต่อไปนี้

ระดับน้ำและอันตรายต่อรถยนต์

รถขับน้ำท่วม
การขับรถลุยน้ำท่วมควรดูที่ระดับน้ำ

น้ำท่วมอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และระดับน้ำจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ การขับรถลุยน้ำท่วมควรดูระดับน้ำเป็นหลักว่าปลอดภัยต่อรถหรือไม่ ดังนี้

  • ระดับน้ำน้อยกว่า 40 ซม.

ที่ระดับน้ำต่ำกว่า 40 ซม. ก็ยังสามารถขับผ่านน้ำท่วมได้ แต่รถเก๋งอาจได้ยินเสียงน้ำใต้ท้องรถ ยังมีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถ ควรขับรถด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง

  • ระดับน้ำ 40 – 60 ซม.

เป็นระดับน้ำที่รถยกสูงเช่นรถปิคอัพและรถขนาดใหญ่สามารถขับผ่านได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงรถเก๋งและรถยนต์ขนาดเล็ก เพราะน้ำมีโอกาสหกใส่เครื่องยนต์และทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

  • ระดับน้ำเกิน 60 ซม.

ยานพาหนะทุกคันควรหลีกเลี่ยงการขับผ่านน้ำที่ระดับความสูงนี้ โปรดทราบว่าหากน้ำถึงฝากระโปรง ควรเปลี่ยนเส้นทางทันที เพราะหากเครื่องยนต์ดับจะส่งผลเสียหายมากกว่าเดิม

SEE ALSO  ย้อนเส้นทาง "จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี" ที่ไม่ใช่แค่ CEO บุญรอดบริวเวอรี่

ขับผ่านน้ำจากระดับเข่าขึ้นไป ถ้าเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยง แม้ว่าน้ำจะไม่เข้าเครื่องยนต์ แต่อาจมีเศษตะปูหรือกิ่งอยู่ใต้น้ำที่อาจกระทบล้อรถได้ รวมทั้งสัตว์มีพิษที่อาจเกาะติดรถได้ ดังนั้นจึงควรเลี่ยงการขับรถลุยน้ำที่มองไม่เห็นถนน

ข้อควรระวังในการขับรถลุยน้ำท่วม

รถและบ้านน้ำท่วม
พื้นที่น้ำท่วมต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถ

หากมีความจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาเครื่องยนต์และลดความเสี่ยงในการขับรถฝ่าน้ำท่วม

  • ปิดแอร์ในรถ

การปิดเครื่องปรับอากาศจะลดการทำงานของใบพัดในบริเวณเครื่องยนต์ ทำให้น้ำไหลเข้าสู่เครื่องยนต์และท่อไอเสียน้อยลง ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่

  • กดเบรกบ่อย ๆ เมื่อรถดับ

การเหยียบเบรกบ่อยครั้งจะขับความชื้นออกจากผ้าเบรก นำรถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ใช้ในกรณีที่รถดูเหมือนจะดับในขณะขับผ่านน้ำ

  • ห้ามสตาร์ทรถกลางน้ำ

หากรถจอดอยู่กลางน้ำหรือรถหายขณะลุยน้ำท่วม ห้ามสตาร์ทรถโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำหกเข้าห้องเครื่อง ควรจอดรถและใช้ไฟฉุกเฉินด้านหลังแทน

  • เปิดไฟเลี้ยวแต่เช้า

การเปิดไฟเลี้ยวให้เร็วขึ้นกว่าเดิมจะเป็นสัญญาณให้รถที่อยู่ข้างหลังคุณเตรียมตัวให้พร้อมโดยไม่คับจนเกินไป ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่ง

  • หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย

การขับรถบนถนนที่ไม่คุ้นเคยเมื่อถูกน้ำท่วมไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะอาจมีพื้นที่ที่ทางลาดหรือฝาท่อระบายน้ำเปิดอยู่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น

  • ขับช้าๆ

กฎทั่วไปที่สำคัญเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วมคือขับรถให้ช้าลงกว่าเดิม หากมีการชนหรือถนนมีปัญหาก็จะสามารถหยุดได้ทันท่วงที เพราะเวลาน้ำท่วมบางครั้งมีสิ่งแปลกปลอมลอยน้ำพุ่งชนรถ ไม่ควรขับเร็วเลย

SEE ALSO  "เลขเด็ดงวดนี้ 1/8/65" เจ๊ฟองเบียร์ จัด เลขเด็ด เด่นตัวนี้ เม็ดเดียว สวยมาก

หลังขับลุยน้ำควรตรวจสภาพรถอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบใต้ท้องรถและฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของรถให้ยังคงวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งควรตรวจสอบรอบๆ รถเพื่อดูว่ามีสัตว์มีพิษซ่อนอยู่หรือไม่ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในการขับขี่ครั้งต่อไป หากไม่จำเป็นให้หลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและรถที่คุณรัก

อ่านเพิ่มเติม:

  • วิธีเลือกซื้อที่ปัดน้ำฝน กระจกไม่เบลอ ขับขี่ปลอดภัยถึงที่หมาย
  • การขับรถโดยประมาทเลินเล่อร่วมคืออะไร? วิธีเรียกค่าเสียหาย
  • เกณฑ์การให้คะแนนการจราจรใหม่ ถูกตัดเป็นศูนย์ ระงับใบอนุญาตเป็นเวลา 90 วัน
  • ควรรู้วิธีขับรถอย่างปลอดภัยตาม GPS โดยไม่หลงทาง
  • ขับเร็วแค่ไหนเพื่อประหยัดน้ำมัน? แนะนำเทคนิคที่มีประสิทธิภาพ

#ขบรถลยนำทวมเปนไรไหม #เรองใกลตวทคนมรถตองร #ปองกนรถพง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น