ความจริง น้ำมันมะพร้าวกับการลดน้ำหนัก

ความจริง น้ำมันมะพร้าวกับการลดน้ำหนัก

ต้องยอมรับว่ากระแสการกินน้ำมันมะพร้าวในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามาแรงเกินไป บางคนบอกว่าช่วยเรื่องผิวพรรณ บางคนบอกว่ามันดีต่อสุขภาพ หรือแม้แต่ช่วยลดความอ้วน มาดูกันว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยลดความอ้วนได้จริงหรือไม่

น้ำมันมะพร้าว

เป็นน้ำมันที่ได้จากการสกัดน้ำมันจากเนื้อของต้นมะพร้าว (Cocos nucifera L.) ซึ่งเป็นพืชในตระกูลปาล์ม (Arecaceae หรือ Palmae). ผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวที่มีจำหน่ายในท้องตลาดที่ร้อนแรงที่สุดคือน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ซึ่งหมายถึงน้ำมันมะพร้าวที่สกัดจากเยื่อกระดาษโดยไม่ใช้ความร้อนสูงและไม่ใช้ความร้อน กรรมวิธีทางเคมีที่ใช้ในการเตรียมน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ เช่น กรรมวิธีสกัดเย็น เป็นต้น

ส่วนประกอบหลักของน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวมีความอิ่มตัว (มากกว่า 90% ของปริมาณกรดไขมันทั้งหมด) แต่กรดไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่ที่พบในน้ำมันมะพร้าวเป็นกรดไขมันสายกลาง เช่น กรดลอริก เมื่อรับประทานเข้าไปดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจะเผาผลาญได้ดีจึงสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อไขมัน (adipose tissue) ที่น้อยกว่ากรดไขมันสายยาว เช่น กรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบในน้ำมันถั่วเหลืองเป็นหลัก (1, 2)

SEE ALSO  น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทย โพรไบโอติกส์ไซเดอร์ ดื่มดีได้ประโยชน์จากธรรมชาติ | Custer Cyclery

จากคุณสมบัติข้างต้นของน้ำมันมะพร้าว ส่งผลให้น้ำมันมะพร้าวได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในการรับประทานเพื่อช่วยลดน้ำหนัก จากการทดลองทางคลินิกแบบ double-blind แบบสุ่มในบราซิล (3) การทดสอบเปรียบเทียบได้ดำเนินการระหว่างกลุ่มน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันถั่วเหลืองในสตรีที่เป็นโรคอ้วนในวัยสูงอายุ อายุระหว่าง 20 ถึง 40 ปี (กลุ่ม 20 คน) 30 มล. ทุกวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ในระหว่างการทดลอง ทุกวิชาได้รับอาหารที่มีแคลอรีต่ำ (อาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ) และออกกำลังกาย 4 วัน/สัปดาห์หลังจากสิ้นสุดการทดลอง ว่าน้ำมันมะพร้าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัวและดัชนีมวลกาย (BMI) เมื่อเทียบกับก่อนการทดลอง เมื่อดูความเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในเลือดพบว่า กลุ่มน้ำมันมะพร้าวไม่มีการเปลี่ยนแปลงของคอเลสเตอรอลรวมและคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) แต่มีคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.03 เมื่อเทียบกับกลุ่มน้ำมันถั่วเหลือง . คอเลสเตอรอลรวมและคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) เพิ่มขึ้น 10.45% และ 23.48 ตามลำดับ และคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดลง 12.62% เมื่อเทียบกับก่อนเริ่มการทดลอง อย่างไรก็ตาม ระดับไตรกลีเซอไรด์ของทั้งสองกลุ่มไม่เปลี่ยนแปลง

SEE ALSO  หันมาดูแลสุขภาพเหงือก เพื่อสุขภาพในช่องปากที่สมบูรณ์ | Custer Cyclery

แม้ว่าผลการศึกษานี้จะพบว่าน้ำมันมะพร้าวไม่มีผลต่อการลดน้ำหนักของกลุ่มทดลอง และไม่ก่อให้เกิดระดับไขมันที่เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจ (โคเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลตัวร้าย (LDL) และไตรกลีเซอไรด์) เพิ่มขึ้น และยังเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ซึ่งช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การศึกษาได้ทดสอบกับคนจำนวนน้อย และระยะเวลาทดลองใช้สั้น (12 สัปดาห์) นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มีแคลอรีต่ำและการออกกำลังกายเป็นประจำ (4 วัน/สัปดาห์) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ดีของการทดลอง ยิ่งไปกว่านั้น จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อระบุผลของน้ำมันมะพร้าวต่อการลดน้ำหนักและการสะสมไขมันในระยะยาว ดังนั้นจากข้อมูลที่มีอยู่ จึงไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าน้ำมันมะพร้าวมีผลต่อการลดน้ำหนักหรือไม่ หรือมีผลดีต่อระดับไขมันที่เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจ และถ้าจะแนะนำวิธีที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักก็คงหนีไม่พ้นการรับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

SEE ALSO  ลดน้ำหนักสำหรับเจ้าสาว ลดผิด ลดเร็ว เสี่ยงโยโย่ | Custer Cyclery

จากบทความนี้ ผมไม่อยากหักล้างความเชื่อหรือความรู้ที่ส่งต่อมา แต่อยากให้ผู้อ่านทุกคนได้มองในมุมนั้น อาหารทุกอย่างมีประโยชน์ และมีประโยชน์มากมาย แต่ทั้งหมดนั้นต้องมีตัวแปรของปริมาณ ระยะเวลา และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะกลั่นกรองข้อเท็จจริงและยืนยันว่าแสดงออกมา อ้างว่าเป็นจริงไม่มากก็น้อย แล้วศึกษาหาข้อมูลรอบตัวจึงจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง

เครดิต: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

#ความจรงเรอง #นำมนมะพราว #กบ #การลดนำหนก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น