ภาวะ “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” ภาวะแทรกซ้อนเงียบหลังเกิดโรคไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก คุณหมอแนะนำวิธีสังเกตตัวเองง่ายๆ ก่อนรู้วิธีป้องกันการเสียชีวิตกะทันหัน

จากความตายของ “ซันนี่ ยูโฟร์” ผลชันสูตรพบว่าเสียชีวิตจากอาการดังกล่าว “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” นพ.ศรัณย์พงศ์ พิบาญยศ นพ. อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ รพ.วิมุต ให้สัมภาษณ์กับ คมชัดลึกออนไลน์ เกี่ยวกับเงื่อนไข “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” ว่าสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจาก หัวใจล้มเหลว เพราะโรคพื้นหลัง หลังจากนั้นก็ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตกะทันหัน พบว่าในผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว เนื่องจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในคนหนุ่มสาว

SEE ALSO  พ้นโทษ เพิ่งออกจาก "เรือนจำ" ซินแสเป็นหนึ่ง แนะ แก้เคล็ด ด้วยวิธีนี้

มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในกรณีของปัญหาหัวใจพิการ แต่กำเนิด myocarditis โรคลิ้นหัวใจรุนแรงหรือมักเกิดขึ้นในผู้ที่เป็นโรค ไทรอยด์เป็นพิษ และไม่ได้รับการรักษาติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้การทำงานของหัวใจผิดปกติและทำงานหนักเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ในที่สุด “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” ถือเป็นโรคร่วมที่มักเกิดหลังโรคประจำตัว หรือโรคประจำตัวที่ผู้ป่วยมี กลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการแทรกซ้อนดังกล่าว จะเป็นผู้ป่วยโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ

ดร.ศรัณย์พงศ์ กล่าวเสริมว่า หัวใจล้มเหลว จนกว่าจะส่งผลถึงสาเหตุของอาการ “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” ถือว่าเป็นโรคร้ายแรงและน่ากลัว เนื่องจากโรคนี้ถือเป็นภัยเงียบที่ส่งผลให้ผู้สูงอายุทั้งสองเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน และคนทั่วไปจำนวนมาก แต่อาการยังไม่แสดงอาการของโรคอย่างชัดเจน และมักเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังจากโรคพื้นเดิมมีความรุนแรงมากขึ้น หรือขาดการรักษาเป็นเวลานาน อาการที่พบได้บ่อยในระยะแรกคือ เหนื่อยง่าย เพียงแค่ทำกิจกรรมเบาๆ ร่างกายก็จะเริ่มรู้สึกเหนื่อยเร็วขึ้น เดินสั้นลงแทบเดินขึ้นบันไดไม่ได้เลย ในกรณีที่รุนแรง อาจมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ท้องอืด และตับโต

SEE ALSO  ชวนเที่ยว งานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ วิถีถิ่น วิถีไทยฯ ภาคกลาง


นพ. สราญพงษ์ รพ.วิมุต

สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเผชิญสภาวะ “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” หรือ หัวใจล้มเหลว เรียงตามอัตราความเสี่ยงจากมากไปน้อยดังนี้

  • กลุ่มผู้สูงอายุที่เสี่ยงที่สุด
  • กลุ่มเสี่ยงกลุ่มที่สอง ได้แก่ กลุ่มที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคหลอดเลือด โรคอ้วน โรคเบาหวาน กลุ่มนี้จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ พบว่าหลังจากโรคพื้นหลังผ่านไป 3-5 ปี อาจทำให้หัวใจล้มเหลวได้
  • ความเสี่ยงต่ำคือกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ในผู้ป่วยบางรายไม่มีข้อบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังประสบกับภาวะดังกล่าว จึงต้องสังเกตอาการเบื้องต้น หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที
SEE ALSO  จัดเต็ม "อะตอมคลินิก" ครบรอบ 11 ปีจัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่

แนวทางการป้องกันและรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” เบื้องต้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคพื้นหลังหรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตหรือเป็นโรคดังกล่าว สามารถตรวจสอบได้โดยการตรวจร่างกายด้วยการเอ็กซเรย์ปอด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อตรวจสอบว่ามีความผิดปกติพื้นฐานหรือไม่หรือบุคคลมีโรคพื้นหลังต้องได้รับการรักษาต่อไปเพื่อป้องกันโรคที่มีมา แต่กำเนิดเพื่อกระตุ้น หัวใจล้มเหลว นำไปสู่สถานการณ์ “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว”

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สังเกตอาการเบื้องต้นของคุณ เช่น รู้สึกเหนื่อยง่าย หายใจผิดปกติ หรืออัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น หากมีอาการผิดปกติควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะดังกล่าวนำไปสู่ความตาย

แท็กที่เกี่ยวข้อง #ข่าวล่าสุด#ข่าววันนี้#ข่าวด่วน#คมลึก#ฉัตรฤกษ์ออนไลน์#ความตาย#โรคหัวใจขาดเลือด#ไทรอยด์เป็นพิษ# ระบบไหลเวียน#โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด#หัวใจล้มเหลว#ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน#กระแสมรณะ#ซันนี่ U4#ซันนี่ยูโฟร์#ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว แท็กที่เกี่ยวข้อง #ข่าวล่าสุด#ข่าววันนี้#ข่าวด่วน#คมลึก#ฉัตรฤกษ์ออนไลน์#ความตาย#โรคหัวใจขาดเลือด#ไทรอยด์เป็นพิษ# ระบบไหลเวียน#โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด#หัวใจล้มเหลว#ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน#กระแสมรณะ#ซันนี่ U4#ซันนี่ยูโฟร์#ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว .

#ภยราย #ระบบไหลเวยนโลหตลมเหลว #แทรกซอน #กระตนเสยชวต #เฉยบพลน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น