อาการแพ้ท้องถือเป็นหนึ่งในอาการที่แม่ๆ หลายคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย ซึ่งอาการแพ้ท้องจะเริ่มมีอาการอยู่ที่ประมาณ 5-20 สัปดาห์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของคุณแม่แต่ละคนด้วยเช่นกัน เพราะคุณแม่บางคนก็มีอาการแพ้ท้องตลอดการตั้งครรภ์เลยก็ว่าได้ วันนี้เราจะชวนให้มารู้เกี่ยวกับอาการแพ้ท้องกันให้มากขึ้นว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และมีวิธีบรรเทาอาการได้อย่างไรกันบ้าง

ประเภทของอาการแพ้ท้อง

มาเริ่มกันที่ประเภทของอาการแพ้ท้องกันก่อนเลยค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้องสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

1.แพ้ท้องเล็กน้อย จะมีอาการคลื่นไส้และวิงเวียนศีรษะเพียงเล็กน้อย ยังสามารถกินอาหารได้ แต่อาจกินได้น้อยลงกว่าปกติ

SEE ALSO  เพิ่มรสอูมามิด้วยซอสหอยนางรมโฮมเมด | Custercyclery

2.แพ้ท้องปานกลาง จะมีอาการอาเจียนเป็นครั้งคราว กินอาหารได้น้อยลง และจะไม่สามารถกินอาหารได้ในบางช่วง ปัสสาวะจะมีสีเหลืองเพราะร่างกายขาดน้ำ ในกรณีที่มีปัสสาวะสีเหลืองคุณแม่อาจต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับน้ำเกลือหรือกลูโคส พร้อมทั้งรับคำแนะนำในการดูแลตัวเอง รวมทั้งการปรับวิธีการกินอาหารในช่วงแพ้ท้อง

3.แพ้ท้องรุนแรง คุณแม่ตั้งครรภ์จะไม่สามารถกินอะไรได้เลย จะมีอาการอาเจียนหนักมาก ร่างกายขาดอาหารและน้ำ น้ำหนักตัวลดลงมาก ร่างกายทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด ในบางกรณีที่มีอาการแพ้ท้องรุนแรงอาจทำให้หลอดอาหารทะลุจากการอาเจียน ทำให้เกิดอาการไตวาย จอตาอักเสบ ซึ่งจะต้องรับการรักษาจากแพทย์ต่อไป

SEE ALSO  ประโยชน์ของการดื่มน้ำ ที่ได้มากกว่าดับกระหายคลายร้อน | Custercyclery

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง

ในส่วนของสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง สามารถแยกออกได้ดังนี้

1.ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนเอชซีจีที่รกสร้างสูงขึ้น ไปกระตุ้นการคลื่นไส้จนทำให้อยากอาเจียน

2.เกิดจากการที่ระบบประสาทอัตโนมัติบกพร่อง ส่งผลให้การรับกลิ่นและรับรสผิดเพี้ยนไปจากเดิม ซึ่งจุดนี้ถือเป็นกลไกอัตโนมัติที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คุณแม่กินอะไรโดยไม่ระมัดระวัง เพราะอาจมีสารพิษหรือสิ่งตกค้างต่างๆ ที่ทำให้ลูกในครรภ์ได้รับอันตราย

3.เกิดจากการที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีอารมณ์ที่อ่อนไหว เครียด และวิตกกังวล ซึ่งอาการเหล่านี้จะพบได้สูงในกลุ่มคุณแม่แพ้ท้อง

วิธีบรรเทาอาการแพ้ท้อง

ในกรณีที่คุณแม่มีอาการแพ้ท้อง สามารถบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ด้วยวิธีดังนี้

SEE ALSO  ลู่วิ่งไฟฟ้าจัดโปรเอาใจคนรักสุขภาพลดสูงสุด 70% ลดแล้วรีบชอปเข้าบ้านด่วน | Custercyclery

1.ดื่มนมอุ่นๆ หรือเครื่องดื่มร้อนๆ

2.กินอาหารที่ย่อยง่ายและมีความอุ่น

3.ออกกำลังกายแต่เพียงเบาๆ เช่น เดินเล่นยามเช้า

4.รับกลิ่นหอมจากธรรมชาติ ซึ่งช่วยคลายความเครียดได้ดี

5.หากอาการแพ้ท้องส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต คุณแม่ควรรีบพบแพทย์ทันที ห้ามซื้อยามากินเองเด็ดขาด

แม้ว่าอาการแพ้ท้องจะถือเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่การดูแลตัวเองก็ถือเป็นสิ่งที่คุณแม่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย เพราะหากมีอาการแพ้ท้องขั้นรุนแรง ก็มีโอกาสส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน



#รวมทกเรองเกยวกบอาการแพทอง #สญญาณการตงครรภทคณผหญงตองร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *