สำหรับผู้ใช้รถนอกจากจะได้รู้กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้รถในการใช้ถนนอย่างทั่วถึงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถทุกคนต้องใส่ใจคือการดูแลรักษาอุปกรณ์และชิ้นส่วนของรถอย่างไร ควรเปลี่ยนนานแค่ไหน? เพราะอะไหล่ทุกชิ้นมีอายุการใช้งาน ดังนั้นควรเปลี่ยนเมื่อหมดอายุ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ส่วนไหนของรถยนต์? ที่ควรเปลี่ยนเป็นประจำ

สำหรับผู้ใช้รถนอกจากจะได้รู้กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้รถในการใช้ถนนอย่างทั่วถึงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถทุกคนต้องใส่ใจคือการดูแลรักษาอุปกรณ์และชิ้นส่วนของรถอย่างไร ควรเปลี่ยนนานแค่ไหน? เพราะอะไหล่ทุกชิ้นมีอายุการใช้งาน ดังนั้นควรเปลี่ยนเมื่อหมดอายุ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

อุปกรณ์แต่งรถที่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ

1 น้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องเป็นสิ่งที่ธรรมดาที่สุดที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนตลอดอายุของรถยนต์ คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องจะช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์ ระบายความร้อน ป้องกันสนิมและการกัดกร่อน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ทำความสะอาดเขม่า หรือผงโลหะที่อาจทำให้เกิดการอุดตัน เมื่อใช้ไประยะหนึ่ง น้ำมันเครื่องจะมืดลงเนื่องจากความร้อนจากการเสียดสีของชิ้นส่วนโลหะของเครื่องยนต์ทำให้อนุภาคโลหะผสมกัน ควรเปลี่ยนทันที
เปลี่ยนเวลาทุกๆ 5,000 – 10,000 กม.

2 กรองอากาศ

แผ่นกรองอากาศทำหน้าที่กันฝุ่นและสารมลพิษจากภายนอกรถไม่ให้เข้าสู่เครื่องยนต์ หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งปี ควรเปลี่ยนเครื่องยนต์เพื่อให้เครื่องยนต์เผาไหม้สมบูรณ์ เพราะถ้าสิ่งสกปรกอุดตันมากเครื่องยนต์จะเผาไหม้ไม่ถูกต้อง กำลังเครื่องยนต์จะลดลงตามไปด้วย ทำให้รถไม่เร่งความเร็ว เปลืองน้ำมันอีกแล้ว
ระยะเวลาเปลี่ยนทุกๆ 1 ปี หรือ 20,000 กม. และควรทำความสะอาดไส้กรองทุกๆ 3,000 – 5,000 กม.

3 ผ้าเบรก

เป็นอุปกรณ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถยนต์ หากผ้าเบรกหน้าใกล้หมด จะมีเสียงดังเวลาเหยียบเบรก ควรเปลี่ยนทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานอาจทำให้จานเบรกเสียหายได้
ระยะเวลาเปลี่ยน ทุก 50,000 – 70,000 กิโลเมตร

SEE ALSO  รีวิว กล้องติดรถยนต์ xiaomi 70mai ยังน่าใช้ถึง 2565 | Custercyclery

4 แบตเตอรี่

แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่จ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ในรถของคุณ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์สำรองไฟสำรองเมื่อเครื่องชาร์จผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ทัน เช่น การขับรถในเวลากลางคืนซึ่งใช้พลังงานมากกว่าปกติ แบตเตอรี่มีทั้งแบบเปียกและแบบแห้ง ชนิดแห้งไม่ต้องการการบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน แต่ถ้าเปียกก็จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา
ระยะเวลาในการเปลี่ยน ทุกๆ 2-3 ปี / ควรเติมแบตเตอรี่เปียกด้วยน้ำกลั่นอย่างน้อยเดือนละครั้ง

5 น้ำมันเกียร์

น้ำมันเกียร์เป็นตัวช่วยที่ดีในการหล่อลื่นระบบเกียร์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดแรงเสียดทานและการสึกหรอของระบบเกียร์ และช่วยป้องกันไม่ให้เกียร์ชะงักเมื่อเปลี่ยนเกียร์ด้วย น้ำมันเกียร์ยังป้องกันสนิมและการกัดกร่อนของส่วนประกอบเกียร์ภายในอีกด้วย ทำให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้น
ระยะเวลาเปลี่ยนประมาณ 20,000 – 40,000 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถ

6 ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

ปกป้องระบบเชื้อเพลิงของรถคุณจากสารปนเปื้อน เช่น สิ่งสกปรก สนิม และอนุภาคสี ดักจับสารปนเปื้อน ดักจับสิ่งปนเปื้อนก่อนจะเข้าสู่ระบบเชื้อเพลิง ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ระยะเวลาเปลี่ยนประมาณ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถ

SEE ALSO  9 วิธีในการลดค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านใหม่ ในกรุงเทพ | Custercyclery

7 ใบปัดน้ำฝน

อากาศร้อนบ้านเราทำให้ยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพง่าย
ระยะเวลาเปลี่ยนประมาณ 1 ปี

8 หลอดไฟฟ้า

ระบบไฟต่างๆ ในรถ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเบรค ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟแดชบอร์ด จะมีอายุการใช้งานของมัน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางบนถนนขรุขระเป็นประจำ มีโอกาสสูงที่โคมจะหักได้ง่ายจากการสั่นสะเทือน
ระยะเวลาเปลี่ยนประมาณ 1 ปี

และทั้งหมดนี้เป็นอุปกรณ์ติดรถยนต์ที่อยู่ในเครือข่ายที่ต้องตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และมีอายุการใช้งานในระยะเวลาอันสั้น ควรเปลี่ยนทันทีเมื่อถึงกำหนดเพื่อให้ทุกการขับขี่ของคุณราบรื่น ปลอดภัยทุกเส้นทาง นอกจากนี้ ประกันภัยรถยนต์กับบริษัทประกันภัยชั้นนำอย่าง TQM Insurance Brokers บริษัทประกันภัยมาตรฐานกว่า 40 แห่ง ที่มีสินค้าหลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า คุณยังสามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ด้วยตัวเอง

SEE ALSO  iphone เก่าแลกใหม่ 2561 | Custercyclery

อ่านเพิ่มเติม :

  • ทิพย์เลดี้ ประกันภัยรถยนต์สำหรับผู้หญิง ดีอย่างไร?
  • ขับอย่างไรเมื่อหมอกลง?
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 5 มีความคุ้มครองอะไรบ้าง?
  • ที่ชาร์จแบตในรถ เสียแบตเตอรี่รถยนต์หรือไม่?

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

#รวมอปกรณรถยนตทตองหมนเปลยนบอย #ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น