ลดน้ำหนักอย่างไรให้ปลอดภัย

ลดน้ำหนักอย่างไรให้ปลอดภัย

คำว่า “อ้วน” ฟังดูระคายเคืองหูเล็กน้อย โดยเฉพาะคุณสาวๆ ทั้งสาวน้อยและสาวใหญ่ เพราะการตำหนิแค่พันธุกรรมพื้นฐานที่พ่อแม่ให้มาเท่านั้นก็ดูไม่ยุติธรรมเพราะเรื่องอาหาร และสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เชิญชวนให้คนไทยอ้วนในวันนี้

คำว่า “อ้วน” ฟังดูระคายเคืองหูเล็กน้อย โดยเฉพาะคุณสาวๆ ทั้งสาวน้อยและสาวใหญ่ เพราะการตำหนิแค่พันธุกรรมพื้นฐานที่พ่อแม่ให้มาเท่านั้นก็ดูไม่ยุติธรรมเพราะเรื่องอาหาร และสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เชิญชวนให้คนไทยอ้วนในวันนี้ จากการวิจัยพบว่าคนกรุงเทพฯ อย่างน้อย 25% เป็นโรคอ้วน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน แม้ว่าโรคอ้วนจะทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคกระดูกพรุน โรคกระเพาะ ไส้เลื่อน นิ่วในถุงน้ำดี โรคเกาต์ มะเร็งบางชนิด เช่น มดลูก เต้านม ลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก

คนอ้วนพุงมักมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าคนอ้วน ซึ่งผู้ชายกังวลมากกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วน แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่มีน้ำหนักน้อย คือ หน้าท้อง ต้นขา ขา หนีบและสาเหตุคนอ้วนพุงมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนอ้วนทั้งตัว เพราะไขมันหน้าท้องอันตรายกว่า เนื่องจากไขมันที่ปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดและลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดงมาจากไขมัน จากช่องท้อง ไขมันเหล่านี้ทำให้อินซูลินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง มีโอกาสเป็นเบาหวานมากขึ้น

SEE ALSO  อาการบวมน้ำคืออะไร | Custer Cyclery

ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

หลักการสากลที่รู้จักกันดี แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำ เพราะอาจมีปัจจัยทางจิตที่ยังขาดความมุ่งมั่นและตั้งใจทำให้ยากที่จะไปถึงเป้าหมาย วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ได้แก่

  • อาหาร
  • ออกกำลังกาย
  • พฤติกรรมเปลี่ยน
  • ปรึกษาแพทย์

วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องต้องอาศัยความพอเพียงก่อน ดังนั้น 3 วิธีแรกจึงสำคัญมากที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้จริง มันสำคัญกว่าสิ่งใดเมื่อคุณเต็มใจที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณ จะทำให้ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

เป้าหมายการลดน้ำหนักที่ควรจะเป็น

คนอ้วนหลายร้อยหลายร้อยคน ส่วนใหญ่ตอนลดน้ำหนักมักใจร้อน อยากลดน้ำหนักเร็ว ลดเยอะ แม้ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะอ้วนขึ้น ตามหลักวิทยาศาสตร์และเป้าหมายในอุดมคติของการลดน้ำหนักคือ ควรลดน้ำหนักอย่างช้าๆ และเพียง 5-10% ของน้ำหนักเดิมก็เพียงพอแล้วที่จะลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่มาพร้อมกับความอ้วน การลดน้ำหนัก 0.5 กก. ต่อสัปดาห์เป็นมาตรฐานที่ดีที่สุด และควรระลึกไว้เสมอว่า ตราบใดที่ลดได้เร็วกว่า เช่น 1-2 กก./สัปดาห์ น้ำหนักจะดีดตัวขึ้นเร็วขึ้นและมากขึ้นกว่าเดิม เรียกว่า โยโย่ ซึ่งคนลดน้ำหนักได้เร็ว จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ถึง 10%

คนไทยชอบพึ่งยาและปัจจัยภายนอกโดยไม่ต้องแก้ไขตัวเองก่อน บอกเลยว่าถ้าลดน้ำหนักทั้งถูกวิธีและผิดวิธี แต่ยังไม่พร้อมแก้ไขตัวเองเลย น้ำหนักที่ลดลงจะกลับมามากกว่าเดิมภายใน 1 ปีเกือบ 100% ดังนั้นการลดน้ำหนักจึงต้องถูกวิธีและต้องควบคุมให้ได้ การลดน้ำหนักเพียง 5-10% จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ลงอย่างชัดเจน

ปรับนิสัยการกินง่ายๆ

ในการลดน้ำหนัก การรับประทานอาหารเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะใช้ยาหรือไม่ใช้ยา หากรับประทานอาหารผิดจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีเพราะจะทำให้สุขภาพทรุดโทรม ดังนั้นควรรับประทานทั้งมื้อแต่ปริมาณน้อยกว่า 20% มีความเข้าใจผิดอยู่ ว่าการอดอาหารมื้อเย็นทำให้คุณลดน้ำหนักได้ อันที่จริงขณะที่คุณนอนหลับ หลายส่วนของร่างกายยังคงต้องการพลังงาน รวมทั้งหัวใจ ปอด และระบบอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดต้องการพลังงาน สังเกตจากพระภิกษุสงฆ์ไม่เห็นด้วยในมื้อเย็นแต่เห็นอ้วนมาก

SEE ALSO  เม็ดแมงลัก เมล็ดพืชมากประโยชน์แบบไทยในราคาประหยัด | Custer Cyclery

นอกจากนี้วิธีการรับประทานอาหารหลายมื้อต่อวันแต่ประมาณปริมาณเล็กน้อย ดีกว่ากินวันละ 2 มื้อ กับแต่ละมื้อเยอะๆ และที่ง่ายที่สุดคือการคืนสู่ธรรมชาติ เลือกกินอาหารแปรรูปน้อยที่สุด เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี ผักและผลไม้ให้มากขึ้น หรือเลือกอาหารตามฤดูกาลและอาหารท้องถิ่นที่เหมาะกับความสดมากที่สุด คุณค่าทางอาหารยังคงอยู่ ดีกว่าการกินอาหารดองหรืออาหารดอง

นอกจากนี้การกินอาหารให้ตรงเวลาจะทำให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายมีความสมดุลและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ทุกครั้งที่เรากิน ฮอร์โมนอินซูลินที่ควบคุมน้ำตาลจะถูกหลั่งออกมา หากคุณไม่กินตรงเวลาในขณะที่ฮอร์โมนทำงาน มันจะทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้ จับมือกัน และอยากกินอะไรหวานๆ ยิ่งกินขนมยิ่งอ้วน ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะกินอาหารให้ตรงเวลา

เทคนิคหนึ่งที่อยากฝากไว้คือ กินช้าๆ เคี้ยวช้าๆ อย่ามองข้าม เพราะจะทำให้กินน้อยลง เวลาตักเข้าปากให้เคี้ยวให้ละเอียดอย่างน้อย 15 ครั้ง แต่ถ้าเคี้ยวได้คำละ 32 ครั้งจะดีมาก ให้กลืนเข้าไป เพราะจะสังเกตได้ว่าคนที่เคี้ยวเร็ว กินเร็ว มักจะมีปริมาณและทำให้ พวกเขาอ้วน

ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ.

ออกกำลังกายให้เพียงพอ เป็นที่ทราบกันดีว่าคนอ้วนส่วนใหญ่ไม่ชอบออกกำลังกาย การปรับพฤติกรรมเบื้องต้นสำหรับการลดน้ำหนักต้องใช้พลังงานมากขึ้น เช่น การเปลี่ยนจากลิฟต์เป็นบันได และเดินมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณต้องกระตือรือร้นและตื่นตัวมากขึ้นในการเคลื่อนไหวจากนั้นค่อยๆพัฒนาเป็นการออกกำลังกายเป็นประจำ จากการวิจัยพบว่า การออกกำลังกายนั้นจะทำให้น้ำหนักลดลง ออกกำลังกายวันละ 45 นาที ทุกวัน ลดน้ำหนักได้แน่นอน แต่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ เป็นการดีที่จะพบกันครึ่งทาง ในหนึ่งสัปดาห์ ออกกำลังกายอย่างน้อยวันเว้นวัน และทำครั้งละ 20-30 นาทีก็เยี่ยมแล้ว นอกจากการลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ฟิต และได้สัดส่วน และควบคุมน้ำหนักได้ดีในระยะยาว ที่สำคัญการออกกำลังกายช่วยลดความเครียดได้ด้วย

SEE ALSO  คุณค่าทางอาหารของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป | Custer Cyclery

ส่วนด้านจิตใจที่ส่งผลต่อโรคอ้วน ผมเห็นหลายคนเครียด ยิ่งเครียดยิ่งกิน บางคนกินเพราะเหงา ขอแนะนำอย่างยิ่งว่าการทำสมาธิจะช่วยคุณได้มาก

อย่าหวังว่าจะผอมได้ในพริบตา เพราะก่อนอ้วน สะสมมาปีกว่า ไม่กินเลย อ้วนขึ้นเลย และเป้าหมายในการลดน้ำหนัก 50% หรือครึ่งหนึ่งของน้ำหนักเดิมก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน แค่ 5-10% ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณเกิดเพิ่มขึ้นทีละ 5-10 กก. ในหนึ่งปี ขอแนะนำ ปรึกษาแพทย์ เพราะตามปกติคนจะเพิ่มขึ้นเพียง 1-2 กก. ต่อปีเท่านั้น แสดงว่าอาจมีปัญหาสุขภาพ เช่น การเจ็บป่วยบางอย่าง หรือยาบางชนิดที่ทำให้คุณอ้วน ซึ่งต้องแก้ไขโดยแพทย์ทันที

เครดิต: นิตยสาร Health Today

#ลดอวนอยางไรใหปลอดภย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น