ลิ้นจี่และประโยชน์ต่อสุขภาพ

ลิ้นจี่และประโยชน์ต่อสุขภาพ

ลิ้นจี่ผลไม้หวานและหอม สดชื่นสามารถแก้กระหายได้ และยังมีสรรพคุณมากมายในการบำรุงร่างกาย และพลังงานไม่สูงมากหากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ตามฤดูกาลยอดนิยมอีกชนิดหนึ่ง ด้วยรสชาติที่หวาน หอม อร่อย สดชื่น เหมาะกับอากาศร้อนช่วงนี้

ลิ้นจี่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Litchi Chinensis Sonn ครอบครัว Sapindaceae ต้นกำเนิดของลิ้นจี่คือจีน มีประมาณ 30-40 สายพันธุ์ กวีสมัยราชวงศ์ถังชื่อไป่จี้ยี่เขียนไว้ว่า “ถ้าเลือกลิ้นจี่จากต้น 1 วัน เปลือกจะเปลี่ยนสีเป็นเวลา 2 วัน กลิ่นจะเปลี่ยนเป็นเวลา 3 วัน รสชาติจะเปลี่ยน และหลังจาก 4-5 วัน สี กลิ่น และรสชาติจะเปลี่ยนไปทั้งหมด เปลี่ยน.” สู่ประวัติศาสตร์จีนในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นผลไม้โปรดของหยางกุ้ยเฟย มเหสีของจักรพรรดิถังซวนจงเช่นกัน

SEE ALSO  Low-Carb Diet โลว์ คาร์บไดเอต ลดน้ำหนักเเบบพร่องเเป้งได้ผลจริงหรือ | Custer Cyclery

ลิ้นจี่อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ เช่น วิตามินบี 1 ในลิ้นจี่ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ป้องกันการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด แคลเซียมเสริมสร้างกระดูก และยังมีไนอาซิน ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลและไขมันให้เป็นพลังงานช่วยระบบย่อยอาหารอีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการของลิ้นจี่

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมหวานเชิญชวนคนไทยกินผลไม้สดและใช้ลิ้นจี่ทำน้ำผลไม้เพื่อบรรเทาอาการกระหายน้ำ

คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)

พลังงาน 276 kJ (66 kcal) คาร์โบไฮเดรต 16.5 g ใยอาหาร 1.3 g ไขมัน 0.4 g โปรตีน 0.8 g วิตามินซี (87%) 72 mg

SEE ALSO  หันมาดูแลสุขภาพเหงือก เพื่อสุขภาพในช่องปากที่สมบูรณ์ | Custer Cyclery

คุณสมบัติทั่วไปของลิ้นจี่

เชื่อหรือไม่ว่าลิ้นจี่มีรสหวานเป็นผลไม้ที่มีรูปร่างดี หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ลิ้นจี่ 1 ถ้วย (6 ผล ไม่มีเมล็ด) ให้พลังงาน 125 แคลอรี มีไขมันน้อยกว่า 1 กรัม ลิ้นจี่มีวิตามิน B2 โพแทสเซียม และมีวิตามินซีสูงมาก กินเพียงวันละ 3 ลิ้นจี่ก็ทำได้ รับวิตามินซีทั้งหมดที่คุณต้องการใน 1 วัน เพราะวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยบำรุงหลอดเลือด กระดูก และฟัน ในฤดูที่มีขายให้กินเยอะๆ สามารถใช้ลิ้นจี่แทนวิตามินซีสังเคราะห์ได้

สรรพคุณทางยาของส่วนต่างๆ

  • เนื้อของผลรับประทานเป็นยาชูกำลัง บรรเทาอาการไอเรื้อรัง กระหายน้ำ แก้คัดจมูก รักษาอาการท้องร่วง ลดกรดในกระเพาะ-กระเพาะ และบรรเทาอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
  • นอกจากนี้ จีนยังใช้ชาเปลือกลิ้นจี่บรรเทาอาการหวัด แก้โรคคออักเสบ ท้องร่วงเล็กน้อย และโรคจากการติดเชื้อไวรัส โรคบิด ผื่น
  • เมล็ดมีผลยาแก้ปวด โดยบดเป็นผงชงน้ำดื่มหรือทาบริเวณที่ได้รับผลกระทบ
  • รากหรือเปลือกลิ้นจี่ใช้รักษาโรคติดเชื้อไวรัส อีสุกอีใส และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลิ้นจี่มีใยอาหารสูง มีปริมาณพลังงานต่ำและเชื่อว่ามีความสามารถในการช่วยเผาผลาญสารอาหารในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
SEE ALSO  นม ถึงจะแพ้ก็ไม่ควรเลิกดื่ม | Custer Cyclery

คุณสมบัติต้านมะเร็ง

มีงานวิจัยในประเทศจีนเกี่ยวกับการสกัดสารฟลาโวนอยด์จำนวนมากในเปลือกและเนื้อลิ้นจี่ ที่สามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมและช่วยยับยั้งผลต่อเนื่องของการแทรกซึมการยึดเกาะผิวของเซลล์มะเร็งซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

คำเตือน

ผู้ที่มีภาวะยีนบกพร่อง : เวียนศีรษะ เวียนหัว หูอื้อ ปวดเอว อุ้งเท้าร้อน ปากแห้ง ลิ้นแดง มีฝ้าเล็กน้อย ไม่ควรรับประทานลิ้นจี่ หากกินลิ้นจี่มาก ๆ จะทำให้เกิด “โรคลิ้นจี่” ซึ่งหัวใจเต้นเร็ว แขนขาอ่อนแรง วิงเวียนศีรษะ เป็นต้น หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น การต้มเปลือกลิ้นจี่อาการจะหายไป

แก้ไขโดย custercyclery.com
เครดิต: หมอหมู่บ้าน, wikipedia, pharmacy.cmu.ac.th

#ลนจกบสรรพคณเพอสขภาพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น