การออกกำลังกายและความเจ็บปวด เข้าใจความเจ็บปวดแล้วบรรเทา

การออกกำลังกายและความเจ็บปวด เข้าใจความเจ็บปวดแล้วบรรเทา

อาการตึง ปวด และเมื่อยล้าจากการออกกำลังกาย เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา อาการปวดนี้สามารถบรรเทาได้ด้วยการวอร์มอัพ พักผ่อนให้เพียงพอหรือนวดผ่อนคลายเพื่อลดอาการ

เชื่อว่าทุกคนที่ออกกำลังกายและเล่นกีฬาต้องเคยเจอหรือเคยประสบกับอาการปวด-ปวดเมื่อย จากการออกกำลังกายแทบทั้งหมด จนมีคำคมที่คุ้นๆ ว่า no pain no gain “ไม่เจ็บไม่ดีขึ้น” ปวดตามส่วนต่างๆ ทั้งระหว่างและหลังออกกำลังกาย นี่เป็นเรื่องปกติเนื่องจากกลไกที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย อันเป็นผลมาจากการใช้กล้ามเนื้อนั่นเอง

สาเหตุของอาการปวดจากการออกกำลังกายคืออะไร?

ความเจ็บปวดทั่วไปควบคุมโดยระบบประสาท และเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งกระตุ้นภายนอก กระตุ้นเซลล์ประสาทรับความรู้สึกให้ส่งสัญญาณไปยังสมองผ่านไขสันหลังซึ่งเป็นตัวรับ ตอบสนองต่อความร้อน ความเย็น แสง การสัมผัส แรงกด และความเจ็บปวด อาการปวดอาจทำให้เกิดอาการทางร่างกายอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ เวียนศีรษะ และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

SEE ALSO  Treadmill vs Stationary Bike | Want to Lose Weight? Which one is Better? | สังเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องstationary bikeที่ถูกต้องที่สุด

ปวดเมื่อย ตึง อ่อนเพลีย หลังออกกำลังกาย

กล้ามเนื้อตึงหลังออกกำลังกาย เกิดขึ้นระหว่างร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้อต่างๆ หมดแรงจากการออกกำลังกายหรืออาการต่างๆ อาการปวดกล้ามเนื้อที่เริ่มมีอาการล่าช้า (DOMS) ซึ่งเป็นอาการที่นักกีฬาและผู้ออกกำลังกายทุกคนต้องเผชิญ และมักเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับโปรแกรมการฝึก และออกกำลังกายหรือใช้กล้ามเนื้อในระดับที่มากกว่าปกติ

อาการปวดกล้ามเนื้อที่เริ่มมีอาการล่าช้า (DOMS) เกิดขึ้นได้อย่างไร

ปวดเมื่อยหลังออกกำลังกาย เริ่ม 12-48 ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย และจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 3-4 วัน ภาวะนี้เกิดจากการซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาดที่ระดับไมโครเซลล์ เมื่อกล้ามเนื้อถูกทำลาย ร่างกายจะเพิ่มการไหลเวียนของเลือด เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ในบริเวณนั้น ทำให้เกิดการอักเสบ ตึง และปวดเล็กน้อย กระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดความเจ็บปวด

SEE ALSO  ฟิตไปด้วยกัน : วิ่งลดน้ำหนัก (5 ก.ค. 59) | สรุปเนื้อหาวิ่ง ลด น้ำหนักล่าสุด

วิธีแก้ปวดเมื่อยจากการออกกำลังกาย

สำหรับอาการปวดที่เกิดจากการออกกำลังกายสามารถบรรเทาได้ และลดความรุนแรงของอาการปวดได้อีกด้วย วอร์มอัพก่อนออกกำลังกายและยืดหลังออกกำลังกาย กิจกรรมนี้มีส่วนช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ การออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นเมื่อร่างกายแข็งแรง ความเจ็บปวดจะน้อยลง

สำหรับอาการปวดหลังออกกำลังกาย (DOMS) อาการปวดนี้สามารถบรรเทาได้พักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อใช้ร่างกายหรือกล้ามเนื้อหนัก จำเป็นต้องกำหนดเวลาพักผ่อนให้ร่างกาย และกล้ามเนื้อโดยกล้ามเนื้อในแต่ละส่วน ควรพักอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนการฝึกครั้งต่อไป หรือผ่อนคลายการฝึก สลับไปยืดเหยียดหรือออกกำลังกายเบาๆ แทน

ถ้าพักแล้วปวดไม่หายก็อาจจะใช้การนวดผ่อนคลายร่วมกับการใช้การนวดบำบัดเพื่อบรรเทาอาการปวดที่มีไดโคลฟีแนค เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบซึ่งแตกต่างจากเจลเย็นและประคบร้อนที่ทำงานด้วยความเย็นหรือความร้อนบนผิวหนังเท่านั้น

ยาแก้ปวดไดโคลฟีแนค

ยาแก้ปวดนี้ใช้รักษาอาการปวด และการอักเสบของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ เอ็นและเอ็นเนื่องจากเคล็ดขัดยอก (ฉีกขาด/ยืด) การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การออกกำลังกาย (เช่น ข้อศอกเทนนิส ปวดข้อศอกด้านนอก) และเนื้อเยื่ออ่อนและโรคไขข้อ (เช่น Bursitis, tracheitis, หรือ tendinitis, tendonitis)

SEE ALSO  สอนทำ เเผ่นบาเบลปูน ด้วยงบไม่เกิน100 how to make cement barbell | สังเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับทํา ดัมเบล เองได้แม่นยำที่สุด

ยานวดที่มีไดโคลฟีแนค ซึ่งเป็นเจลอิมัลชัน จะช่วยให้สารออกฤทธิ์ไดโคลฟีแนคซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยดำเนินการใน 3 ขั้นตอน คือ บรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และช่วยเร่งการฟื้นตัว

วิธีใช้ยาแก้ปวด

สำหรับการใช้การนวดบำบัดเพื่อบรรเทาอาการปวด ทาเจลบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ถูเบาๆ วันละ 3-4 ครั้ง ใช้ได้ยาวนานถึง 14-21 วัน ขึ้นอยู่กับผลการรักษา หากอาการปวดไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไปหลายวัน ให้ปรึกษาแพทย์

ข้อควรระวังในการใช้ยาบรรเทาปวด

อ่านใบปลิวก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าสินค้าชิ้นนี้เหมาะกับเราหรือไม่ เพราะสิ่งนี้สำคัญมาก หากคุณมีอาการอื่นหรือกำลังใช้ยาอื่นอยู่

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา หากมีอาการระคายเคืองหรือผื่นแดงหากผลข้างเคียงแย่ลง คุณควรหยุดใช้ยาและปรึกษาแพทย์ของคุณ

#ออกกำลงกายแลวปวด #เขาใจอาการปวด #แลวบรรเทาใหถกวธ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น