ก่อนเริ่มวิ่งจ็อกกิ้ง ไม่ว่าจะวิ่งบนลู่วิ่งหรือวิ่งกลางแจ้ง เป็นสิ่งที่นักวิ่งทุกคนต้องเตรียมตัว ให้พร้อมลงสนาม แต่รู้ยัง? มีพฤติกรรมบางอย่างที่นักวิ่งทั้งใหม่และเก่าไม่ควรทำก่อนวิ่ง ถ้าอยากวิ่งได้คล่องและมีประสิทธิภาพ วิชาอะไร? ไปดูกันเลย

สิ่งแย่ๆ ที่ควรทำก่อนวิ่ง หากคุณต้องการให้การวิ่งของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

ก่อนเริ่มวิ่งจ็อกกิ้ง ไม่ว่าจะวิ่งบนลู่วิ่งหรือวิ่งกลางแจ้ง เป็นสิ่งที่นักวิ่งทุกคนต้องเตรียมตัว ให้พร้อมลงสนาม แต่รู้ยัง? มีพฤติกรรมบางอย่างที่นักวิ่งทั้งใหม่และเก่าไม่ควรทำก่อนวิ่ง ถ้าอยากวิ่งได้คล่องและมีประสิทธิภาพ วิชาอะไร? ไปดูกันเลย

1. วอร์มอัพหรือยืดตัวอยู่กับที่

ผู้ชื่นชอบฟิตเนสทราบดีว่าต้องวอร์มอัพก่อนออกกำลังกายเสมอ หรือวอร์มอัพให้ร้อนก่อน “วิ่ง” นักวิ่งต้องวอร์มอัพ โดยการยืดหรือยืดกล้ามเนื้อให้เข้าที่และนับเวลาด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า การวอร์มอัพหรือยืดเหยียดนิ่งแบบนั้น ควรทำหลังจากวิ่งเสร็จ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อทำให้ไม่มีอาการบาดเจ็บที่ขาหรือปวดขา

SEE ALSO  นิยายซ่านเสน่หาตอนจบ เมื่อชีวิตคู่ไม่ได้จบด้วย “ความสุข” | Custercyclery

สำหรับนักวิ่ง ควร warm up และ warm up ร่างกาย หรือยืดกล้ามเนื้อด้วยการเคลื่อนไหวง่ายๆ เช่น วิ่งวอร์มอัพประมาณ 5-7 นาที เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนให้กับตัวเอง จะช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้มากขึ้น

2.บังคับร่างกายตัวเอง

ก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง นักวิ่งควรตรวจสอบตัวเองก่อนว่าสุขภาพของพวกเขาเป็นอย่างไร? คุณพร้อมสำหรับการวิ่งแล้วหรือยัง? เพราะเรื่องสุขภาพและการพิชิตใจตัวเอง มันคนละเรื่อง

หากคุณรู้ว่าร่างกายของคุณไม่พร้อม นักวิ่งควรเรียนรู้ที่จะฟังเสียงเตือนของร่างกายด้วย เมื่อไหร่ควรหยุด เมื่อไหร่ควรพอ? เพื่อไม่ให้ร่างกายรับภาระมากเกินไป มิฉะนั้นร่างกายอาจแตกหักเกินกว่าจะซ่อมแซมได้ ดังนั้นจงจำไว้ให้ขึ้นใจว่า “ไม่ อย่าฝืน”

3.ดื่มน้ำมากหรือน้อยเกินไป

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า “อะไรที่มากหรือน้อยเกินไปก็มีข้อเสีย” ดังนั้นการดื่มน้ำมากเกินไปหรือดื่มน้ำไม่เพียงพอก่อนวิ่งจึงเป็นสิ่งที่ไม่ดีพอๆ กัน เพราะหากดื่มน้ำน้อยก่อนวิ่ง เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ขณะเดียวกันก็ดื่มน้ำจนหมดขวด ก่อนออกไปวิ่งเพราะกลัวว่าจะขาดน้ำอาจได้รับผลกระทบจากอาการทันที จนทำให้วิ่งต่อไปได้ยากจึงไม่ต้องดื่มน้ำตุน เพียงแค่หยุดจิบน้ำเป็นครั้งคราว ระหว่างวิ่งตามจุดคูลดาวน์ก็พอ หรือจะพกขวดน้ำไปจิบระหว่างวิ่งก็ไม่ผิดกติกา

SEE ALSO  มันส์ให้สุดฉุดไม่อยู่ 8 เทศกาลดนตรี 2565 ยาวถึงปีหน้า! | Custercyclery

คุณควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไปจะเข้าไปรบกวนระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้ง

4.อย่าเข้าห้องน้ำอย่างถูกวิธี

ไม่ว่าจะวิ่งหรือชีวิตประจำวัน คุณควรฝึกนิสัยการถ่ายอุจจาระในตอนเช้าทุกวัน อาจจะยากเพราะไม่รู้เลยว่า พื้นที่ที่เราวิ่งผ่าน มีห้องน้ำให้เราใช้ไหม?

และเพื่อป้องกันการล้มในสถานการณ์ดังกล่าว ก่อนวิ่งประมาณ 30 นาที ห้ามดื่มน้ำ ทั้งสองควรรีบไปเข้าห้องน้ำ ตั้งแต่ก่อนออกไปวิ่ง อย่ากลัวที่จะวิ่งให้ทัน เพราะต้องรอคิวนาน ตอนนี้ไม่ต้องรอหาห้องน้ำตามเส้นทางวิ่งแล้ว

5. กินอาหารมากเกินไป

แน่นอนว่าพลังงานมีความสำคัญต่อร่างกาย แต่ถ้าเราต้องวิ่งในตอนเช้ากินมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการจุกเสียดได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องกินจริงๆ ก็ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรทานอาหารที่ย่อยยากมากเกินไป

SEE ALSO  “สเนลไวท์” เพื่อผิวสวย เนียนนุ่ม ปล่อยโฆษณาชุดใหม่ เอาใจคนรักอโรม่า | Custercyclery

แน่นอนว่าพลังงานมีความสำคัญต่อร่างกาย ที่ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนวิ่ง อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรกินมากเกินไป แต่ถ้าจำเป็นต้องกินจริง ๆ ก็ควรกินให้เพียงพอไม่มากเกินไปและควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยากอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนวิ่ง

แต่ถ้าจำเป็นต้องกินจริงๆ ก็ควรเลือกกินอาหารที่ให้พลังงานเยอะๆ และมีประโยชน์ เช่น “กล้วย” ถือเป็นแหล่งพลังงานที่ดี โดยเฉพาะสำหรับนักวิ่ง นอกจากให้พลังงานมากแล้วยังมีโพแทสเซียม ตัวช่วยสำคัญที่ช่วยป้องกันตะคริวขณะวิ่งหากคุณต้องวิ่งระยะไกล อาจเปลี่ยนจากกล้วยเป็น “กล้วยตาก” ที่มีขายตามร้านสะดวกซื้อเช่นกัน นอกจากจะให้พลังงานแล้ว ยังพกพาสะดวกในกระเป๋าอีกด้วย

รู้แต่ว่า…ลองเช็คดูก่อนว่า คุณกำลังทำอะไรที่ไม่ควรทำหรือไม่? ถ้าเคยก็เลิก ถ้าไม่ก็ยินดี เพราะทั้งหมดที่กล่าวมา เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณเอง

#เชคลสต #พฤตกรรม #ทไมควรปฏบตกอนวง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น