ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น ในบ้านหลายๆ หลังที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศ พัดลม หรือแม้แต่บ้านที่ใช้เตารีด รีดผ้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เป็นประจำ ซึ่งปัจจุบัน หาวิธีประหยัดพลังงาน ก็จะต้องหาแผงโซลาร์เซลล์มาติดที่บ้านด้วย เมื่อทำอย่างนั้น มันมีค่าใช้จ่ายสูง หลายคนจึงเริ่มให้ความสนใจกับของเล่นที่เรียกว่า ตัวประหยัดพลังงาน และถ้าเป็นภาษาแม่จะเรียกว่า “กล่องประหยัดไฟ” หรือ กล่องประหยัดไฟฟ้า ซึ่งการใช้งานนั้น เพียงแค่นำไปเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน ซึ่งผู้ผลิตในต่างประเทศหลายรายอ้างว่าประหยัดได้มหาศาล จริงหรือ? ไปหาข้อมูลอ่านกัน

ไม่ต้องถามว่าซื้อที่ไหน อ่านให้เข้าใจ

ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น ในบ้านหลายๆ หลังที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศ พัดลม หรือแม้แต่บ้านที่ใช้เตารีด รีดผ้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เป็นประจำ ซึ่งปัจจุบัน หาวิธีประหยัดพลังงาน ก็จะต้องหาแผงโซลาร์เซลล์มาติดที่บ้านด้วย เมื่อทำอย่างนั้น มันมีค่าใช้จ่ายสูง หลายคนจึงเริ่มให้ความสนใจกับของเล่นที่เรียกว่า ตัวประหยัดพลังงาน และถ้าเป็นภาษาแม่จะเรียกว่า “กล่องประหยัดไฟ” หรือ กล่องประหยัดไฟฟ้า ซึ่งการใช้งานนั้น เพียงแค่นำไปเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน ซึ่งผู้ผลิตในต่างประเทศหลายรายอ้างว่าประหยัดได้มหาศาล จริงหรือ? ไปหาข้อมูลอ่านกัน

1มารู้จักหลักการทำงานของกล่องประหยัดไฟฟ้ากัน (ที่ผู้ผลิตโฆษณา)

ข้อมูลจากร้านกล่องประหยัดไฟในลาซาด้าที่แจ้งลูกค้าว่ากล่องนี้ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 30% จริงหรือ? เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ต่อไป https://www.lazada.co.th/products/power-factor-saver-3-pin-stabilizer-5-i225347001-s344352217.html

เป็นกล่องที่ใช้งานง่าย เพียงแค่เสียบเข้ากับผนัง แปลว่าเพียงแค่เสียบปลั๊ก คุณก็พร้อมใช้งาน ซึ่งหลายๆ แห่งอ้างว่า ประหยัดค่าไฟได้ถึง 30%

SEE ALSO  โซเชียล ถกสนั่น ขสมก. เผยต้นแบบ "กระบอกตั๋วอัจฉริยะ" ทุ่มงบ 5 แสน ทำ 10 กระบอก

ซึ่งจริงๆแล้วต้องเข้าใจว่า ไฟฟ้าที่ไหลเข้าบ้านเราไม่เสถียร ซึ่งอาจมีกระแสไฟที่สูงกว่าปกติ หรือต่ำกว่าปกติก็เป็นไปได้ว่าความไม่เสถียรของไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านนั้นไม่สามารถใช้ได้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด และกระแสไฟที่ไม่เสถียรจะทำให้กินไฟมากกว่าปกติ รวมถึงทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น คอมพิวเตอร์ ตู้เย็น ตู้เย็น แอร์เสียเร็วขึ้นอีกด้วย

ก่อนและหลังการประหยัดพลังงานในครัวเรือน
ภาพก่อนและหลังการติดตั้งเครื่องประหยัดพลังงานในบ้าน ภาพจาก Electrical-engineering-portal.com

ตอนนี้เกี่ยวกับจุดขายของกล่องประหยัดไฟฟ้า ที่หลายคนเรียกว่า Power Factor Saver โดยการนำ ตัวเก็บประจุ (คาปาซิเตอร์ไฟฟ้า) มาควบคุมไฟในบ้านให้เรียบและปกติมากขึ้น

ตัวอย่างเครื่องประหยัดพลังงานที่ใช้ในบ้าน

ดังนั้น กล่องประหยัดพลังงานที่เรากำลังพูดถึง ทำงานบนพื้นฐานที่ว่า ช่วยให้ไฟฟ้าในบ้านมีเสถียรภาพมากขึ้น และกระแสไฟกระชากหรือกระตุกนั้น เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ คาดการณ์ไม่ได้ ซึ่งถ้าอธิบายง่ายๆ เข้าใจง่าย กล่องประหยัดพลังงาน ก็ทำหน้าที่เป็นตัวกรองป้องกันไฟกระชาก โดยรักษากระแสไฟกระชากส่วนเกินและปล่อยเมื่อไฟฟ้าดับ

มากกว่านั้นกล่องประหยัดไฟ ผลิตอย่างถูกต้องก็สลายคาร์บอนในระบบไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้การไหลของกระแสไฟฟ้าดีขึ้น และข้อดีอีกอย่างของมันคือ จะช่วยกักเก็บไฟฟ้าไว้ใช้งาน ในสถานการณ์ที่ไฟฟ้าดับ (แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในแถบเดียวกันด้วย

2

Power Factor Saver เป็นการหลอกลวงจริงหรือ?

ผู้ผลิต Power Factor Saver หลายรายได้โฆษณาอย่างกว้างขวางว่า ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า ซึ่งโฆษณาว่าช่วยปรับปรุงพลังงาน Active Power Factor Correction ให้ดีขึ้น แต่จริงๆ แล้วแนวคิดนี้น่าสนใจและดีมากหากทำได้ แต่ในทางปฏิบัติอาจทำไม่ได้ และนี่คือคำตอบ

มาทำความเข้าใจคำศัพท์ทางไฟฟ้ากันเถอะ

  • พลังที่แท้จริง – เป็นพลังงานที่เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องการทำงานและเป็นค่าไฟฟ้าที่ไฟฟ้าเก็บจากบ้าน
  • พลังงานที่ชัดเจน – กำลังไฟฟ้าทั้งหมดที่อาจสูญเสียในสายไฟหรือกำลังส่งไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น (ซึ่งอาจไม่ได้ใช้งานจริงเลย)
  • แรงดันไฟฟ้า (V) – พลังงานไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากเต้ารับไฟฟ้าในครัวเรือน
  • ปัจจุบัน (I) – กระแสไฟที่ปล่อยออกมาทันทีที่เสียบปลั๊กเข้ากับเต้ารับในครัวเรือน
  • ตัวประกอบกำลัง (PF) – คือตัวประกอบกำลังทั้งหมด (กำลังที่เห็นได้ชัด) เพื่อให้ได้พลังงานจริง

และนี่คือสูตรการคำนวณ

  • พลังงานที่ชัดเจน = VXI หรือแรงดันคูณด้วยกระแส
  • พลังที่แท้จริง = พลังที่ชัดเจน X PF = VXIX PF
  • I = พลังที่แท้จริง / VX PF
  • PF = Real Power / VXI นั่นคือ Real Power หารด้วย Appparent Power

3

ไฟฟ้าเก็บเงินเราจากการคำนวณกำลังไฟฟ้าจริง

แน่นอน บิลค่าไฟหน่วยละกี่บาท ค่าไฟก็เก็บจากมิเตอร์ไฟบ้าน หรือกำลังที่ใช้จริงคือ Real Power โดยสูตรของมันคือ VXIX PF หรือคูณแรงดันด้วยกระแสแล้วคูณด้วยตัวประกอบกำลัง มิเตอร์ไฟฟ้าจะสามารถวัดแรงดัน กระแส และตัวประกอบกำลัง ด้วยเพื่อให้ได้พลังงานที่ใช้จริง

SEE ALSO  วิธีซักเสื้อนักเรียนใหม่ให้นุ่ม ไม่แข็งกระด้าง ใส่แล้วสบายผิว | Custercyclery

4

แต่เมื่อผู้ผลิต Power Factor Saver (กล่องประหยัดพลังงาน) ทดสอบกล่องแล้วทดสอบอย่างไร? เพื่อให้คนเชื่อว่าประหยัดไฟได้จริงหรือ?

ทุกครั้งที่เขาจะพยายามให้ลูกค้าซื้อกล่องประหยัดพลังงานมาใช้ พวกเขาจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าหนึ่งอย่าง เช่น พัดลม และเอามัลติมิเตอร์หรือวัดปริมาณไฟฟ้ามาด้วย ที่สามารถใช้ได้กับกระแสตรงและกระแสสลับ โดยใช้มิเตอร์ไฟฟ้าขณะใช้กล่อง Power Factor หรือกล่องประหยัดพลังงานเพื่อช่วย มาดูกันว่าพวกเขาทดสอบอย่างไร?

รูปข้างบนมาจาก electronicsbeliever.com ซึ่งแสดงสองสถานการณ์:

  1. ภาพแรกเมื่อไม่ได้เสียบปลั๊กตัวประหยัดพลังงาน แสดงว่าปัจจุบันมีการแสดงผลที่สูง
  2. รูปที่สอง เมื่อเสียบปลั๊กประหยัดพลังงาน กระแสไฟจะแสดงต่ำ

ซึ่งจริงๆ แล้ว เป็นการทดลองที่ไม่ถูกต้องแต่อย่างใด เพราะกระแสที่แสดง ไม่ใช่กระแสที่กำลังใช้งานจริงๆ เพราะเพื่อให้ได้แสงที่แอคทีฟจริงๆ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าต้องใช้ VXIX PF และไม่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น!! หรือถ้าเขียนให้ชัดเจนคือบริษัทที่ขาย Power Factor Saver จะแสดงเฉพาะกระแสแต่ไม่แสดงการคำนวณของ Voltage คูณกระแสคูณด้วย power factor แต่อย่างใด (นี่คือจุดที่ผู้ผลิต บอกว่ายังไม่หมด)

SEE ALSO  รวมแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ ของไหว้วันตรุษจีน 2018 | Custercyclery

ซึ่งถ้าจริง ๆ แล้วมีคนลองขายใช้วิธีนี้ดู บอกได้ไหมว่าถ้าจะให้ชัวร์ ขอดูค่า Voltage และ Power Factor ด้วยได้มั้ยคะ? ถ้าแสดงไม่ได้ก็ไม่ต้องซื้อ

5

กระแสไฟต่ำหรือสูง? ไฟฟ้าก็เหมือนกัน ซึ่งพิสูจน์ได้ชัดเจนว่ากล่อง Power Factor Saver หรือกล่องประหยัดพลังงาน ล้วนเป็นเรื่องหลอกลวง!!!

กล้า กล้า ท้าให้ลอง กล่องสีเหลืองด้านบนระบุแรงดันไฟฟ้า กล่องสีน้ำเงินระบุกระแส ถัดไปคือตัวประกอบกำลัง และสุดท้ายคือกำลังไฟฟ้าที่ใช้จริง ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่ว่ากระแสไฟจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด อัตราสิ้นเปลืองพลังงานยังคงเท่าเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายความว่าแหล่งกำเนิดไฟฟ้ามีเสถียรภาพ ไม่ได้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าจริงๆ

สรุป…ไม่ต้องซื้อเสียเงิน

ไม่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานจะมีการออกแบบพลังงานไฟฟ้าจริงอย่างไร ก็จะไปขึ้นค่าไฟในแต่ละเดือน และค่าไฟในแต่ละเดือนเป็นผลจากการที่ไฟที่ออกจากเต้ารับ กระแสไฟ และไฟจริงที่กล่องประหยัดไฟโฆษณาแสดงเฉพาะไฟฟ้าและกำลังที่ออกมาจากเต้ารับเท่านั้น โดยไม่แสดงพลังที่แท้จริงของไฟฟ้า

จำไว้ว่าเมื่อกระแสไฟสูงกำลังไฟฟ้าจะต่ำซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานเท่ากันหรือไม่ต่างจากเดิมมากนัก และในทางกลับกันก็เหมือนกัน

สรุปว่าการใช้ Power Factor Saver ไม่ได้ช่วยประหยัดไฟแต่อย่างใด และไม่ได้ประหยัดเงินแม้แต่บาทเดียว อย่าหลงกลโดยผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ว่าประหยัดไฟได้ 30% 40% หรือ 50% เพราะไม่เป็นความจริง


รวมวิธีทำแอร์ไว้ใช้เองช่วงหน้าร้อน ช่วยลดค่าไฟในบ้าน

วิธีอ่านฉลากประหยัดพลังงานแบบใหม่ ครั้งที่ 5 ประกาศในปี 2019 บอกราคาค่าไฟต่อปีแบบละเอียดมากขึ้น

ฉันสามารถชำระค่าไฟฟ้าด้วยบัตรเครดิตได้อย่างไร?

#เรองควรรเกยวกบ #Power #Factor #Saver #จะหาซอตองเขาใจกอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น