Google Plus VS Facebook เหมือนสงครามออนไลน์ที่เป็นรูปธรรม

สงครามโซเชียลเน็ตเวิร์ก ใครจะชนะ?

ทุกคนที่มีบัญชี Facebook ของตัวเองและใช้ Google.com เป็นประจำรู้ว่า Facebook คืออะไรและ Google.com คืออะไร Facebook ก่อตั้งขึ้นโดย Mark Zuckerberg เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในเวลาเพียงไม่กี่ปีมันก็สามารถจัดอันดับเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับสองและสองในโลกและในทุกประเทศ (ยกเว้นจีนซึ่งมีเครือข่ายสังคมออนไลน์ของตัวเอง) ในตลาดเครือข่ายสังคมออนไลน์และยังคงดึงผู้เข้าชมและสมาชิกจำนวนมากจาก Google ทำให้ Google ไม่สามารถพักผ่อนได้ จากการที่ Google ได้รับปริมาณการเข้าชมจำนวนมาก Google สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดจากโลก ลองคิดดูสิ คนไทยอย่างเราที่ตื่น แต่เช้าพวกเขาไปที่เว็บไซต์อะไรก่อน? ส่วนใหญ่คุณต้องตรวจสอบว่าเพื่อนของคุณอยู่ที่ไหนใครกำลังพูดถึงผ่าน เฟสบุ๊ค ไปก่อนนะ นี่คือจุดเริ่มต้นและเหตุผลที่ Google ไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้

หลายคนคงคุ้นเคยกับปุ่ม “ถูกใจ” ​​ของ Facebook และบริษัท ร้านค้า และกลุ่มคนในทุกประเทศยังคงใช้ปุ่ม Like เป็นเครื่องมือในการบอกทุกคนว่าร้านค้า บริษัท หรือกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียง และมีกี่คนที่รู้เรื่องนี้ เช่นเดียวกับปุ่ม Google Plus เป็นปุ่มที่ดูเหมือนจะขโมย IDEA จาก Facebook Like ปุ่มนี้จะไปยังที่ต่างๆ ในเว็บไซต์ต่างๆ (เช่น เว็บไซต์ Custercyclery.com อยู่ด้านซ้ายบน) และยังอยู่ในเครื่องมือค้นหาของ Google อีกด้วย (โดยปกติหากค้นหาเว็บไซต์ต่างประเทศ ปุ่ม Google Plus จะอยู่ที่ผลลัพธ์ของเว็บไซต์ต่างๆ ทางด้านขวามือ) บริการ Google พลัส อันที่จริงบริการของ Google นั้นคล้ายหรือเหมือน Facebook Like เพราะเป็นการเล่าให้เพื่อนฟัง หรือคนที่เรารู้จัก รู้ว่าเราชอบหรือต้องการอะไร แนะนำให้เพื่อนอ่าน ในแต่ละบริการของ Google เช่น Circle, Spark และ Hangout ซึ่งเราสามารถเข้าถึงได้ผ่านมือถือทั้งสามบริการ อย่างที่คุณเห็น Google กำลังพยายามสร้างกำแพงเพื่อบล็อก Facebook และในขณะเดียวกันก็พยายามดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้ บริการตัวเองมากขึ้น อันที่จริงปุ่ม Like และ Google + 1 เป็นเพียงแอปพลิเคชั่นเดียวที่ Google นำขึ้นมาเพื่อแสดงศักยภาพของตัวเองกับ Facebook แต่ไม่รู้ว่า Google ได้เปิดศึกกับ Facebook มาเป็นเวลานานแล้ว ผ่าน Custercyclery.com เคยเห็นเว็บต่างๆ ในไทยหัวข้อเรื่องปุ่ม google plus วิจารณ์กันแต่เหมือนเป็นการวิจารณ์ อย่างผิวเผิน และเท่าที่ผมถามมา คนไทยยังไม่ค่อยเข้าใจกันในแง่ของการแข่งขันระหว่าง Facebook กับ Google พวกเขาแข่งขันกันโดยเปิดเผยซึ่งกันและกันเป็นฉาก

SEE ALSO  "หวยลาววันนี้" ออกอะไร ถ่ายทอดสดหวยลาว 14 กันยายน 2565 Laolottery

Google vs Facebook ทำไมต้องแข่งขัน?

แน่นอนว่าทุกธุรกิจต้องแข่งขันกันเอง ข้อเสนอ อย่างที่เห็นในเมืองไทยหรือตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ หรือแม้แต่รถไอศครีมก็ต้องมีการแข่งขันกัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทำไม Google ถึงไม่ยอมรับ Facebook? ซึ่งเราจะแยกให้ชัดเจนว่าเหตุผลหลักทั้งหมด และมีกี่ข้อ?

1. การจราจร – ในโลกของเว็บไซต์ “Traffic is King” Traffic ที่นี่ไม่ได้หมายความถึง Traffic แต่จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งแม้แต่ Custercyclery.com ก็ยังต้องการ Traffic เนื่องจาก Facebook เป็นเว็บไซต์ที่เกิดในภายหลัง แต่มีปริมาณการใช้งานที่ล้นหลามที่ 1 และ 2 Google จึงไม่สามารถยอมรับได้ เพราะปริมาณการเข้าชมจากมุมมองออนไลน์หมายถึง “เงิน” และ “กำไร” Google ต้องสร้างบริการหลายอย่างเพื่อแข่งขันกับ Facebook เพื่อให้ได้ปริมาณการเข้าชมกลับมา

2. ความนิยมของเว็บ – เมื่อมีคนเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เป็นจำนวนมากก็จะเป็นเว็บไซต์ที่จัดอันดับความนิยมของเว็บไซต์อื่น ๆ ที่เรียกว่า Web Popularity Service โดยปกติถ้าคนเข้า facebook.com มากกว่า Google.com ความนิยมของ Google มันจะตกและนั่นคือสิ่งที่ Google ไม่สามารถทนได้

3. เนื้อหา – อาจจะเข้าใจยากสักหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา หรือ SEO เพื่อให้เว็บไซต์สามารถเข้าสู่เสิร์ชเอ็นจิ้นอย่าง google ได้นั้นจะต้องมีเนื้อหาจำนวนมากและมีเนื้อหาที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพเนื้อหาและเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์โดยไม่ต้องคัดลอกใคร อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่เว็บไซต์ทั่วโลกมีอยู่ในตำแหน่งที่เป็นเว็บไซต์ที่ดี ถึงเวลาของ Google และ Facebook เมื่อ Facebook มีปริมาณการใช้งานมากกว่า Google นั้น Facebook ก็มีเนื้อหามากกว่า Google (สามารถเห็นได้จากวิธีที่ผู้คนพิมพ์โต้ตอบ โพสต์รูปภาพ วิดีโอ ทั้งหมดนี้เป็นเนื้อหาทั้งหมด ) Google มีอัตราส่วนเนื้อหาต่ำกว่า Facebook เมื่อเว็บไซต์หนึ่งมีเนื้อหาน้อยกว่าเว็บไซต์อื่นก็จะมีคุณภาพต่ำกว่า . เปรียบเทียบให้เราเดิน Central กับ The Mall ถ้าเราเจอของในเซ็นทรัลเยอะกว่าเดอะมอลล์เราจะเดินไปเซ็นทรัลเป็นประจำ และไม่ต้องเดินไปห้าง นี่เป็นอีกจุดที่ Google ทนไม่ได้

SEE ALSO  10 ซีรีส์ญี่ปุ่นแนวโรงเรียน หลากอารมณ์ เต็มอิ่มทุกความสนุก | Custercyclery

Google นำอะไรมาต่อต้าน Facebook?

ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น Google ไม่ใช่แค่ใช้ Google Plus กับ Facebook Like แต่จริงๆ แล้ว Google ได้ต่อสู้กับ Facebook มาระยะหนึ่งแล้ว สิ่งที่ Google นำมาใช้กับ Facebook สามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก:

  1. Google Stream และ Facebook Wall Post – ฉันต้องบอกว่า Google คัดลอก Wall ของ Facebook โพสต์วอลล์ของ Facebook ทำหน้าที่คล้ายกับเพื่อนๆ ของเราในการฝากข้อความ รูปภาพ และวิดีโอเมื่อเรากลับมาที่เพจของเรา หรือพึ่งคอมพิวเตอร์หรือเช็คจากมือถือ เราจะดูว่าเพื่อนเราโพสต์อะไร Google นำแนวคิดเดียวกันมาใช้เพื่อให้บริการคล้ายกับที่เราคุ้นเคยบน Facebook มากที่สุด
  2. Google +1 และ Facebook Like – ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น Google ได้ใส่ปุ่ม Google Plus ลงในบริการต่างๆ เช่น เว็บไซต์ โพสต์ และอื่นๆ เช่นเดียวกับ Facebook Like ใน Facebook.com ความคิดเห็นของเพื่อน รูปภาพ โพสต์ ซึ่งนี่ก็เป็นแนวคิดเดียวกันจริงๆ
  3. Google Circles และรายการ Facebook – มาทำความรู้จัก Google Circles ก่อนอื่นเลย. Google Circle เป็นบริการอื่นของ Google.com ซึ่งเป็นอีกเครือข่ายโซเชียลสำหรับผู้ใช้ทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้ใช้สามารถจัดกลุ่มคนที่อยู่ในรายชื่อของตนเองเป็นเพื่อน ญาติ เสมือนว่าทำให้กลุ่มคนเป็นหลายแวดวง และผู้ที่ถูกเพิ่มในแวดวงใด ๆ จะมีบริการแจ้งเตือน เช่นเดียวกับรายชื่อ Facebook ผู้ใช้หรือเจ้าของโปรไฟล์นั้นสามารถจัดกลุ่มเพื่อนของตนเองได้ เช่น เพื่อนมหาวิทยาลัย ญาติ ฯลฯ
  4. Google Hangouts กับ Facebook วิดีโอแชท – นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ Google นำมาต่อสู้กับ Facebook ปกติคนไทยไม่รู้ หรือคุณเคยใช้บริการ Facebook Video Chat นี้หรือไม่? ตัวอย่างเช่น เราใช้ Skype, Facetime หรือกลุ่มอื่นๆ เช่น Camfrog หรือการสตรีมวิดีโอ MSN อยู่แล้ว แต่ Google ทำได้ดีกว่า Facebook โดยการเชื่อมต่อกับบริการ Google Plus นั่นคือ Google Hangout จะอยู่ที่นั่น ใน Google Plus ซึ่งทำให้กลุ่มคนใน Google Plus ในบัญชีของเราสามารถใช้ Video Streaming ในการแชทได้ แต่จำกัด 10 คนต่อการแชท (3 คนไม่สามารถคุยได้อีกต่อไป ) สิ่งเดียวที่เราคิดว่าเหนือกว่า Facebook เพราะ Facebook Video Chat รองรับ Vdieo Chat ได้ 1 ต่อ 1 เท่านั้น ดูตัวอย่าง Google Hangout
SEE ALSO  วิธีบํารุงขนสุนัขขนร่วง เจ้าของไม่ควรละเลย รีบแก้ก่อนสาย | Custercyclery

และสำหรับใครที่อยากลอง Google Plus อาจจะต้องแสดงความเสียใจเล็กน้อย เพราะวันนี้ 18/7/2011 Google Plus เปิดให้บริการแล้ว ภูมิภาคเดียวคืออเมริกาและสหราชอาณาจักร แต่ยังมาไม่ถึง ท้องคนไทยให้คุณได้ลอง ยังไงก็ตาม หากมีบทวิเคราะห์ หรือข่าวดีจาก Custercyclery.com จะนำรีวิวมาให้ทุกท่านได้ทราบ

#Google #กบ #Facebook #ใครจะแนกวาใคร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น