เชื่อว่าหลายคนที่มปัญหาสิวต้องเคยได้ยินถึงชื่อของสารประกอบทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นอย่างดี แต่ก็มักจะต้องมีคำถามในใจเสมอถึงความแตกต่างและการเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาสิวที่มีแตกต่างกันไป วันนี้เราเลยพามาทำความรู้จักกันแบบละเอียดชนิดที่ว่าสามารถเดินไปที่เคาท์เตอร์แล้วเลือกซื้อได้ประหนึ่งผู้เชี่ยวชาญพามาเลยกันดีกว่า 

SALICYLIC ACID คืออะไร? 

กรดซาลิไซลิก (SALICYLIC ACID) เป็นกรดหนึ่งในกลุ่ม เบต้า-ไฮดรอกซี หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า BHA ที่มีคุณสมบัติในการรักษาปัญหาสิวด้วยการขจัดผิวหนังชั้นนอก น้ำมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกเพื่อลดโอกาสการอุดตันของผิว ลดขนาดของรูขุมขนลง และนอกจากนั้นยังทำหน้าที่นการปลอบประโลมผิวที่อาจเกิดรอยแดงหรือการระคายเคืองไปในตัว เหมาะมากในการรักษาสิวหัวดำหรือสิวหัวขาว พบความเข้มข้นโดยทั่วไปในระดับที่ปลอดภัยต่อผิวในผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ 0.5% -2%  

SEE ALSO  อภ. เตรียมขายชุดตรวจ ATK ราคา 35 บาท ผ่าน 8 สาขา เริ่ม 14 ม.ค. | Custercyclery

แต่ในขณะเดียวกันหากใช้ในปริมาณหรือความเข้มข้นที่มากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลเสียเช่นการระคายเคือง ผิวหนังแห้งลอกเป็นขุ่ย ผิวขาดความชุ่มชื้นจากการสูญเสียปริมาณน้ำมันมากเกินไป  

วิธีการใช้ซาลิไซลิกนั้นสามารถใช้ได้ทุกวันทั้งเช้าและเย็น เนื่องจากส่วนผสมที่อ่อนโยนไม่รุนแรงต่อผิว เราสามารถเลือกเพียงสกินแคร์ตัวใดตัวหนึ่งที่มีส่วนผสมของเจ้าสารตัวนี้ไว้ใน ROUTINE ของเราก็เพียงพอนะ เช่น หากในโฟมล้างหน้ามีแล้ว อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องมีโทนเนอร์หรือเซรั่มที่มีส่วนผสมของซาลิกไซลิกแล้วก็ได้ 

แนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิก 

OXECURE Acne Clear Powder 25ml

ราคาย่อมเยาว์แต่แก้ปัญหาได้เร็วไว้ กับการรักษาปัญหาสิวด้วยแป้งน้ำโลชั่นที่ช่วยลดปัญหาสิวผด สิวหัวขาวและหัวดำ ด้วยส่วนผสมของซาลิไซลิกถึง 2% ขจัดเซลล์ผิวเก่าและน้ำมันส่วนเกินด้วย COOLING SENSATION ไปในตัว ถือเป็นตัวโปรดของใครหลายคนที่ใช้แล้วหายชัวร์ แต่แนะนำให้ใช้คู่กับมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นกันด้วยนะ 

EUCERIN PRO ACTIVE SOLUTION A.I. CLEARING TREATMENT 40ML ราคา 1,100 บาท

ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวมันและผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ที่นอกจากจะประกอบไปด้วยซาลิไซลิกแล้ว ยังมีสารสกัดอื่นๆ ที่ช่วยอาการระคายเคืองจากสิว ลดรอยดำ ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย และควบคุมความมันส่วนเกินได้นานถึง 8 ชั่วโมง เนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว แถมยังผ่านการทดสอบการแพ้แล้ว มั่นใจหน้าใสไร้รอยแดง 

KIEHL’S DERMATOLOGIST SOLUTIONS ACNE TREATMENT FACIAL LOTION 60ML ราคา 1,990 บาท 

หมดกังวลเรื่องสิวกับโลชั่นที่ได้รับการพัฒนาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อลดการเกิดสิวและรอยสิวโดยเฉพาะ ด้วยส่วนผสมของวิตามินบีและกรดซาลิไซลิก 1.5% ที่จะทำให้ผิวหน้าเนียนเรียบใส ไม่หมองคล้ำ โดยปราศจากอาการแพ้หรือระคายเคือง พร้อมกับเติมความชุ่มชื้นไปในตัว 

แล้ว BENZOYL PEROXIDE ล่ะ? 

เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (BENZOYL PEROXIDE) หรือ BPO เป็นตัวยาชนิดหนึ่งที่ใช้ในการรักษาสิวอักเสบด้วย โดยเพิ่มอัตราการผลัดเซลล์ผิวและนำสารก่อสิวออกจากรูขุมขน พร้อมกับลำลายแบคทีเรียที่เป็นตัวก่อการอักเสบหรือก่อสิวบนผิวเราออกไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเรามักจะพบความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ได้ตั้งแต่ 2.5% จนถึง 10% ซึ่งทั้งนี้การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวที่มากวนใจบนผิวหน้าเรา 

SEE ALSO  ยกเลิกบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ขอคืนค่าธรรมเนียมได้ | Custercyclery

เช่นเดียวกับกรดซาลิไซลิก การใช้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง รอยแดง และการแห้งลอกบนผิว รวมไปถึงรอยดำที่อาจเกิดจากการรักษาสิวอักเสบ (ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวเข้ามาช่วย) 

การใช้เบนโซอิลเพอร์อ็อกไซด์อย่างถูกต้องควรเริ่มจากการใช้ตัวยาที่มีความเข้มข้นไม่มากนักเพื่อดูสภาพอาการของผิวหนัง แล้วเฝ้าสังเกตอาการประมาณ 4-6 สัปดาห์ก่อนจะขยับไปใช้ตัวยาในเปอร์เซ็นต์ที่เข้มข้นขึ้นหากยังไม่เห็นผลลัพธ์ในการรักษา โดยที่สามารถถ้าได้ทั้งเช้าและเย็นเช่นเดียวกับซาลิไซลิก แต่หากเป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มจะลองใช้แค่วันละครั้งก่อนก็ย่อมได้เหมือนกัน ที่สำคัญ ถ้ามีการใช้เรตินอล (RETINOL) ในตอนกลางคืนอยู่ละก็ ทางที่ดีหลีกเลี่ยงการใช้เบนโซอิลมาใช้ในตอนกลางวันดีกว่า 

แนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเพอร์อ็อกไซด์

LA ROCHE-POSAY EFFACLAR DUO SPF30 ราคา 1,071 บาท 

ขจัดปัญหาสิวอย่างเร่งด่วนด้วยครีมบำรุงที่สามารถทาบางๆ ทั่วทั้งใบหน้าหรือแต้มเฉพาะจุด โดยเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่วันที่ 3 ทั้งลดการอักเสบอุดตัน ลดเลือนรอย พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดดไปในตัว ทั้งยังไม่ทำให้ผิวบริเวณที่ใช้แห้งกร้าน หรือระคายเคืองเหมาะแม้กระทั่งสำหรับคนมีผิวบอบบางก็ใช้ได้ ด้วยความเข้มข้นของสารเพียง 5.5% 

CLINIQUE ANTI-BLEMISH SOLUTIONS ALL-OVER CLEARING TREATMENT ราคา 1,100 บาท 

ซื้อหนึ่งได้ถึง 2 กับมอยเจอไรเซอร์ปราศจากน้ำมันที่พร้อมช่วยรับมือกับปัญหาสิวด้วยส่วนผสมทั้งซาลิไซลิกที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และทำความสะอาดไปถึงต้นต่อปัญหาร่วมกับเบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ 5% แต่ยังเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวในระดับที่พอเหมาะเพื่อไม่ให้ผิวแห้งเป็นขุย จึงสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวตั้งแต่ผิวแห้ง ผิวมัน หรือกระทั่งผิวบอบบาง  

เลือกสารที่เหมาะกับปัญหา 

  • ประเภทของสิวที่เจอ – ซาลิไซลิกนั้นเหมาะกับสิวหัวดำและสิวหัวขาวมากกว่า ในขณะที่เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์จะมีประสิทธิภาพดีกว่าในการจัดการกับสิวหัวแดง หรือสิวอักเสบ 

  • ความรุนแรงของอาการ – ในกรณีที่ต้องการรักษาสิวแบบเร่งด่วนเราแนะนำให้ใช้ เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ แต้มลงบนสิวเจ้าปัญหาโดยตรงจะมีประสิทธิภาพและเห็นผลเร็วกว่าการใช้ซาลิไซลิก แต่ควรพึงไว้เหมือนกันนะว่าเจ้าเบนโซอิลเนี่ยมันค่อนข้างระคายเคือง ใครที่เป็นสายผิวบอบบาง แพ้ง่าย ควรค่อยๆ ใจเย็นๆ ใช้ซาลิไซลิกบำรุงไปอย่างสม่ำเสมอดีกว่านะ 

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้งานเสมอ – การหาซื้อสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสาร 2 ตัวนี้สามารถทำได้ง่าย แต่เราก็ควรระวังและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอหากตนเองมีภาวะหรือแนวโน้มที่เป็นโรคเกี่ยวกับไต เบาหวาน หรือตับ 

SEE ALSO  Made in Microwave หุงข้าวฉบับมินิมอล | Custercyclery

นอกจากการเลือกใช้สารให้เหมาะกับผิวและสภาพอาการแล้ว สิ่งสำคัญในการรักษาสิวเลยคือการทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ กันแดดจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการปกป้องผิวจากรังสียูวีและมลภาวะที่อาจทำให้เกิดสิวหรือกระตุ้นความรุนแรงมากขึ้น ลองสำรวจการใช้ครีมกันแดดเท่าไหร่ถึงจะพอดี ปกป้อง UV และปกป้องผิว ให้หน้าใส ไร้สิวกันเถอะ!  


ขอบคุณแหล่งอ้างอิง 

SALICYLIC ACID VS. BENZOYL PEROXIDE: WHICH IS BETTER FOR ACNE, HEALTHLINE 

BENZOYL PEROZIDE VS. SALICYLIC ACID FOR ACNE TREATMENT, EDEN UNIVER & KRISTI KELLOGG, TEENVOGUE, 2020 



#Salicylic #Acid #Benzoyl #Peroxide #รกษาสวเลอกใชใหถกตว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น