Trans-Fat ไขมันทรานส์ ภัยร้าย

ในห้ากลุ่มอาหารหลักของเรา มีกลุ่มอาหารที่มีไขมัน อันที่จริงไขมันมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นพลังงานสำคัญอีกอย่างหนึ่งของร่างกายควบคู่ไปกับคาร์โบไฮเดรต แต่ไขมันก็สร้างปัญหาสุขภาพให้กับร่างกายได้เช่นกัน หากใช้มากเกินไปและอันตรายประเภทหนึ่งคือไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์หรือที่เรียกว่ากรดไขมันทรานส์เป็นกรดไขมันชนิดหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีการกล่าวถึงกันมากในหมู่นักปราชญ์ด้านอาหาร เนื่องจากองค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่าการบริโภคไขมันทรานส์น้อยกว่าร้อยละ 1 ของพลังงานที่ร่างกายต้องการ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ได้ผ่านกฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิตอาหารแสดงปริมาณไขมันทรานส์บนฉลากโภชนาการเพื่อแจ้งให้ผู้บริโภคทราบเมื่อตัดสินใจเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ – ผลิตภัณฑ์สำหรับรับประทาน

ไขมันทรานส์เป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่มีคุณสมบัติเดียวกับไขมันอิ่มตัว พบได้ตามธรรมชาติในเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์จากนมเล็กน้อย ประมาณ 2-5 เปอร์เซ็นต์ ของไขมันทั้งหมดแต่ด้วยความสามารถของมนุษย์ที่เป็นนักประดิษฐ์ ดังนั้นไขมันทรานส์จึงถูกสังเคราะห์จากไขมันพืชไม่อิ่มตัว ไขมันพืชที่ถูกเปลี่ยนรูปทางเคมีโดยไฮโดรจิเนชัน (Hydrogenation) จะทำให้เกิดกรดไขมันทรานส์ (Trans Fatty Acid) ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับไขมันอิ่มตัวที่มาจากสัตว์ สามารถแข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง จากการประดิษฐ์ไขมันทรานส์ดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในปี พ.ศ. 2454 องค์การอุตสาหกรรมอาหารได้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Shortening (ชอร์ตเทนนิ่ง) ออกสู่ตลาด ซึ่ง Shortening มีลักษณะเด่น สามารถเก็บไว้ได้นาน แข็งโดยไม่ต้องแช่เย็น ทรงตัว ไม่เยิ้ม ไม่หืนง่าย ทำให้บิสกิตอร่อยและลดต้นทุนได้มากกว่าเนยสด จึงเป็นที่นิยมในหมู่โรงงานทำขนม และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน ดังนั้น ไขมันทรานส์จึงพบได้ในอาหารหลากหลายชนิด เช่น ขนมอบ คุกกี้ แครกเกอร์ แป้งพาย มาการีน ชอร์ตเทนนิ่ง ครีมเทียม แป้งพิซซ่า โดนัท เฟรนช์ฟราย ไก่ทอด นักเก็ต มันฝรั่งทอด ป๊อปคอร์น ขนมปัง ซึ่งล้วนแล้วแต่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค

SEE ALSO  เหตุผลดีๆ ที่ควรยิ้มยิ้มวันละนิด | Custer Cyclery

ไขมันทรานส์กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งเมื่อมีการสุ่มศึกษาเนื้อเยื่อไขมันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ พบว่าไขมันทรานส์มีความเข้มข้นสูง และพบว่าการรับประทานกรดไขมันชนิดนี้เป็นเวลานาน จะส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเปลี่ยนแปลงไป จะทำให้ระดับ LDL ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่เป็นอันตราย เพิ่มอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดคอเลสเตอรอล HDL ที่ช่วยปกป้องหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ อาหารไขมันทรานส์เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ มีงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับไขมันทรานส์และโรคหลอดเลือดหัวใจ ตัวอย่างเช่นในเกาหลี ผลของน้ำมันตับปลาต่อชอร์ตเทนนิ่งและน้ำมันถั่วเหลืองได้รับการศึกษา มีผลต่อหลอดเลือดหัวใจของหนู น้ำมันตับปลาและการทำให้สั้นลงพบว่ามีผลตรงกันข้าม หนูที่เลี้ยงด้วยน้ำมันตับปลามีผนังหลอดเลือดที่บางกว่าหนูที่กินน้ำมันตับปลาสั้นและน้ำมันถั่วเหลือง ความบางของหลอดเลือดนี้มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคอเลสเตอรอลรวมและไตรกลีเซอไรด์ แต่มีความสัมพันธ์เชิงลบกับ EPA และ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็น จากผลการศึกษาสรุปได้ว่าการทานน้ำมันตับปลาช่วยลดการเกาะตัวของไขมันในหลอดเลือดแดง

SEE ALSO  นมถั่วเหลืองและนมอัลมอนด์ อร่อยดีมีประโยชน์ไม่แพ้นมวัว | Custer Cyclery

นอกจากนี้ ยังมีสถาบันวิจัยหลายแห่งที่แสดงผลอันตรายของการบริโภคไขมันทรานส์เข้าสู่ร่างกาย ดังนี้

  • การบริโภคพลังงานไขมันทรานส์เพิ่มขึ้น 2% จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจได้ 25 เปอร์เซ็นต์
  • การรับประทานไขมันทรานส์เพียง 2% มีความเสี่ยงต่อสุขภาพเช่นเดียวกับการบริโภคไขมันอิ่มตัว 15% จากแหล่งสัตว์
  • มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเนื่องจากการสลายไขมันทรานส์ในผนังเซลล์ของร่างกาย เปิดช่องทางให้สารก่อมะเร็งโจมตีเซลล์ได้ง่ายขึ้น
  • เพิ่มโอกาสเป็นเบาหวาน ไขมันหน้าท้อง ตับทำงานหนักขึ้น
  • ผู้หญิงที่มีไขมันทรานส์มากกว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งเต้านม และยังทำให้การตกไข่ยากขึ้นอีกด้วย ภาวะมีบุตรยาก
SEE ALSO  หวานชวนคิด จะดื่มคลายร้อนฉุกคิดซักนิด | Custer Cyclery

ก่อนหยิบอะไรกิน ควรอ่านฉลากโภชนาการให้ดีเสียก่อน การสังเกตอาหารที่ต้องสงสัยว่าใช้ไขมันทรานส์หรือไม่ ควรสังเกตที่ส่วนผสม (ส่วนผสม) และข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Facts) โดยสังเกตว่าการใช้ไขมันทรานส์ส่วนใหญ่จะใช้ชื่ออื่น เช่น น้ำมันพืชเติมไฮโดรเจน น้ำมันพืชเติมไฮโดรเจนบางส่วน น้ำมันพืชชอร์ตเทนนิ่ง เนยเทียมเติมไฮโดรเจน เป็นต้น ตารางโภชนาการ จุดสังเกตจะอยู่ในพื้นที่ ข้อมูลไขมันทั้งหมด หากใช้ไขมันทรานส์ จะระบุไว้ในบริเวณนี้ สำหรับอาหารที่ไม่มีฉลากส่วนผสมและตารางโภชนาการ เช่น ขนมอบและพิซซ่า วิธีที่ดีที่สุดคือเลือกร้านอาหารที่เชื่อถือได้

เมื่อรู้ผลร้ายของไขมันทรานส์ซึ่งมีอยู่ในอาหารอร่อยหลากหลาย เราผู้บริโภคต้องถามตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังสำหรับผู้บริโภคที่ชอบกินแต่ของอร่อยต้องลด งด และ เลิกกินไขมันทรานส์แล้วหันมาดูแลสุขภาพตัวเองบ้าง? โดยเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ ถึงแม้จะมีความสุขที่กินน้อยก็ไม่กินของอร่อยเหมือนเดิม แต่จะมีความสุขมีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยซึ่งเป็นความสุขที่มนุษย์ทุกคนต้องการ

เครดิต: vcharkarn.com

#TransFat #ไขมนทราน #ภยรายใกลตว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น